25 กุมภาพันธ์ 2554

ซื้อขาย(ล่วงหน้า)ยางพาราออนไลน์


ปีนี้น่าจะเป็นปีที่เกษตรกรหน้าบานเป็นที่สุดเพราะผลผลิตการเกษตรหลายๆชนิดราคาดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ท้องที่ที่ผมอาศัยอยู่ชาวบ้านนิยมปลูกมันสำปะหลัง ตอนนี้ราคากิโลกรัมละ 4 บาทแล้ว ยางพาราก็กำลังจะใกล้ๆ 200 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรร่ำรวยออกรถเป็นว่าเล่น รถกระบะขายดีจนบางโชว์รูมไม่มีจะขาย น่าอิจฉา...

เพื่อนของผมคนหนึ่งที่นี่แอบกระซิบว่าเขามีรายได้จากยางพาราครึ่งเดือน 1 แสนบาท นั่นทำให้ผมอิจฉาตาร้อนเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูน แม้จะราคาดีเหมือนกัน แต่ยางพาราไม่เหมือนกับมันสำปะหลัง เพราะมันสำปะหลังเป็นพืชล้มลุกต้องปลูกทุกปี ทว่ายางพาราปลูกครั้งเดียว เมื่อได้กรีดแล้วก็กรีดไปได้อีกยี่สิบกว่าปี แทบไม่ต้องไปทำอะไรกับมันอีก

เพราะเมื่อถึงเวลากรีดยางก็จะมีแรงงานมารับจ้างกรีดให้ เขาจะดูแลยาง ใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช จนถึงขั้นนำไปขายแล้วโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารให้เสร็จ โดยแบ่งรายได้กับเจ้าของสวน 40:60 เพื่อนของผมคนที่ว่าเขาบอกว่าจะเกษียณตัวเองในอีก 4-5 ปีข้างหน้านี้ ถึงตอนนั้นอายุก็เพิ่งจะย่างเข้า 40 จะไม่ให้อิจฉาได้ยังไง

ผมเองก็ตั้งใจว่าจะปลูกยางพาราปีนี้เหมือนกัน แต่การต้องรอให้ต้นยางโตอีก 7 ปี กว่าจะได้กรีด สงสัยจะรวยไม่ทันเพื่อน จึงต้องคิดหาทางทำอะไรบางอย่าง เดือนกว่าๆที่ผ่านมานี้ผมจึงเข้าเว็บตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า www.afet.or.th เพื่อศึกษาข้อมูล พบว่าที่นี่มีการซื้อขายสัญญายางพาราอย่างเป็นล่ำเป็นสัน น่าสนใจดีทีเดียว

สัญญาซื้อขายยางพาราล่วงหน้าหรือ Rubber Futures Contract เป็นสัญญาที่จัดทำอย่างเป็นมาตรฐานว่าในอนาคต อีก 6-7 เดือนข้างหน้า จะซื้อยางแผ่นดิบรมควันชั้น 3 ที่ราคาเท่าไหร่ มันจึงเป็นเครื่องมือให้เกษตรกรและผู้ที่รับซื้อยางพาราใช้บริหารความเสี่ยงจากราคายางที่ผันผวนได้

ตัวอย่างเช่น ถ้าเกษตรกรเปิดสัญญา ขาย เอาไว้ที่ราคาสูง แล้วในอนาคตยางราคาตกต่ำ ถึงเกษตรกรจะมีรายได้จากการขายยางพาราในตลาดจริงลดลง แต่จะได้กำไรจากตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้ามาชดเชยแทน

ในทำนองเดียวกันผู้รับซื้อยางพาราที่ไม่อยากมีภาระเรื่องลงทุนเก็บรักษายางเอาไว้ แต่ก็กลัวว่าในอนาคตยางจะราคาขึ้น ก็สามารถเข้ามา ซื้อ สัญญาซื้อขายยางล่วงหน้าราคาที่ตนเองพอใจเอาไว้ได้เช่นกัน และเมื่อถึงเวลาราคาขึ้นจริงๆ ก็สามารถเอากำไรจากตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าไปชดเชยตลาดจริงได้

สัญญาซื้อขายล่วงหน้ายางฯยังเป็นเครื่องมือที่นักลงทุนใช้แสวงหาผลกำไรจากราคายางที่ผันผวนได้อีกด้วย การซื้อขายสัญญาล่วงหน้านั้น จะเหมือนกับการซื้อขายสินค้าอื่นๆ ทั่วไป คือ จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้เสนอราคาซื้อและผู้เสนอราคาขายสามารถตกลงซื้อขาย ณ ราคาที่ทั้งสองฝ่ายพอใจ

กำไรจะเกิดขึ้นเมื่อซื้อได้ถูกขายได้แพง โดยผู้ลงทุนไม่จำเป็นต้องมีสินค้าจริงๆอยู่ในมือ และสามารถเปิดสัญญาซื้อหรือขายก่อนก็ได้ หากทิศทางราคาไม่ได้เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ก็ขาดทุนได้เช่นกัน และตราบใดที่ผู้ซื้อผู้ขายยังมีความต้องการ สัญญาล่วงหน้าก็สามารถเกิดขึ้นได้อย่างไม่จำกัด

เมื่อต้องการซื้อขายสัญญาล่วงหน้ายางฯ ท่านต้องเปิดบัญชีกับบริษัทนายหน้าซื้อขายล่วงหน้าหรือโบรกเกอร์ ตามรายชื่อต่อไปนี้ www.afet.or.th/v081/thai/member/broker.php จากนั้นจึงวางหลักประกันขั้นต้น ประมาณ 3-5% ของมูลค่าสัญญา สำหรับยางแผ่นดิบรมควันชั้น 3 ต้องวางเงินประกันขั้นต้น 30,000 บาท

จากนั้นท่านก็สามารถซื้อขายสัญญาล่วงหน้าได้แล้ว ช่วงต้นแนะนำว่าให้ส่งคำสั่งซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ท่านจะได้รับข้อมูลหลายๆอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจ และเมื่อท่านชำนาญมากขึ้นก็สามารถส่งคำสั่งซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ตได้ด้วยตนเอง จะช่วยให้ท่านประหยัดค่าคอมมิชชั่นได้ด้วย

มูลค่าของสัญญาล่วงหน้าจะเคลื่อนไหวคู่ขนานไปกับราคาซื้อขายสินทรัพย์ในปัจจุบัน นักลงทุนทั่วไปจึงใช้ราคาในปัจจุบัน และการคาดการณ์ความต้องการซื้อขายในอนาคต เป็นพื้นฐานสำหรับการวิเคราะห์มูลค่าของสัญญาล่วงหน้า ซึ่งสองปัจจัยนี้เองจะส่งผลให้ราคาที่ใช้ซื้อขายสัญญาล่วงหน้ามีการเคลื่อนไหวขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา

นอกจากนี้ราคายางยังขึ้นอยู่กับสิ่งอื่นๆอีกหลายปัจจัยเช่น เศรษฐกิจ การเมือง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ฤดูกาล ราคาน้ำมัน ทองคำ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ราคายางที่ตลาดล่วงหน้าญี่ปุ่น หรือจีน ท่านสามารถเช็คข้อมูลเหล่านี้ได้ที่ http://rakayang.net

หน่วยการซื้อขายสัญญาล่วงหน้ายางพาราได้แก่ 5,000 กิโลกรัม หมายความว่า ถ้าวันนั้นเราเปิดสถานะซื้อเอาไว้ แล้วราคาขึ้นไป 1 บาทต่อกิโลกรัม เราจะได้กำไร 5,000 บาท คิดเป็น 16.66% ของเงินลงทุน นับว่าไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ถ้าราคาลดลง 1 บาท เราก็จากขาดทุนในทำนองเดียวกัน

ทุกสิ้นวันจะมีการปรับสถานะทางบัญชี หากขาดทุนจนเงินใบบัญชีมีน้อยกว่าหลักประกันขั้นต่ำคือ 22,000 บาท ก็จะต้องมีการเติมเงินเข้ามา มิฉะนั้นก็จะถูกตัดออกจากระบบ การปิดสถานะของสัญญาสามารถทำได้โดยการส่งคำสั่งซื้อหรือขายที่ตรงกันข้ามกับตอนเปิด ไม่จำเป็นต้องถือสัญญาไว้จนถึงวันส่งมอบสินค้า

การซื้อขายสัญญาล่วงหน้าจะมีสำนักหักบัญชี ทำหน้าที่ดูแลและสร้างความเชื่อมั่น รวมทั้งป้องกันการบิดพลิ้วของสัญญา นอกจากนี้ยังมีสำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (...) ทำหน้าที่กำกับดูแลการซื้อขายล่วงหน้าให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม

หลังจากศึกษามาได้สักระยะ ผมก็ไปเปิดบัญชีไว้กับโบรกเกอร์รายหนึ่งเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะนั้นราคายางประมาณ 175 บาทต่อกิโลกรัม ผมเปิดบัญชีไว้แต่ไม่ได้ทำการซื้อขาย ด้วยเหตุผลหลายๆเรื่อง ผ่านไป 15 วัน ราคายางขึ้นไปที่ประมาณ 195 บาท ปรับตัวขึ้นมาถึง 20 บาท !

เพราะไม่เด็ดเดี่ยว เดือนแห่งความรักในปีนี้ผมจึงพลาดเงินแสนไปอย่างน่าเสียดาย.

..................................................................................

6 กุมภาพันธ์ 2554

ค้าทองออนไลน์

ซินเจียยู่อี่ ซินนี่ฮวดใช้ ตรุษจีนที่ผ่านมาได้อั่งเป๋ากันเท่าไหร่ครับ ทองราคาสูงอย่างนี้ ไม่รู้ว่ามีใครได้อั่งเปาเป็นทองหรือเปล่า คนที่ได้คงมีความสุขมากทีเดียว

ผู้ใหญ่ที่เคารพท่านหนึ่งเคยตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อ 10 ปีก่อน ทองคำราคา 7 พันกว่าบาท เรียนจบปริญญาตรีมาก็เงินเดือนประมาณนี้ ทำงาน 1 เดือน ซื้อทองได้ 1 บาท ปัจจุบันทองราคาแตะ 2 หมื่นบาทแล้ว ขณะที่คนจบปริญาตรีเงินเดือนยังไม่ต่างจากเดิมมากนัก นั่นหมายความว่าทำงาน 2 เดือนยังซื้อทองไม่ได้เลย ฟังแล้วก็หนักใจแทน

ตัวอย่างข้างต้นเป็นเรื่องของรายได้เติบโตในอัตราที่น้อยเกินไป แต่สำหรับภาวะที่เงินเท่าเดิมซื้อของได้น้อยลงเรียกว่าภาวะ เงินเฟ้อ เช่น สมัยเด็กๆผมเคยกินข้าวจานละ 10 บาทปัจจุบันกลายเป็น 25-30 บาทแล้วเป็นต้น

เงินเฟ้อร้อยละ 3 หมายความว่าเงินในมือเรา 100 บาท ครบ 1 ปีจะเหลือเพียง 97 บาทเท่านั้น มันจึงเป็นศัตรูตัวฉกาจของการออม ถึงแม้ว่าเราจะฝากเงินในธนาคาร ที่มีดอกเบี้ย(ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน)ก็ไม่สามารถชนะเงินเฟ้อได้ เงินของเรายังคงลดลงเรื่อยๆอยู่ดี

คนโบราณจึงนิยมสะสมทรัพย์ในรูปของทอง ทองเป็นวัตถุสวยงาม มีปริมาณจำกัด สามารถแปรรูปเป็นเครื่องประดับได้หลากหลาย ทั้งกำไล สร้อย แหวน ที่สำคัญมันมีค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา การลงทุนในทองคำจึงน่าสนใจไม่เสื่อมคลาย และปัจจุบันสามารถทำได้หลายวิธีการ ดังที่ผมจะนำมาเล่าต่อไปนี้

ออมทอง

เดี๋ยวนี้ท่านไม่ต้องมีเงินก้อนก็ซื้อทองได้ ห้างทองหลายๆแห่งมีโปรแกรมให้ผ่อนชำระรายเดือน โดยยึดราคาวันที่ซื้อเป็นสำคัญ มีทั้งดอกเบี้ยน้อยๆ และไม่มีดอกเบี้ย เช่นที่ฮั่วเซ่งเฮงมีโปรแกรมออมทองเดือนละ 1,000 บาทผ่านการตัดบัญชีอัตโนมัติทุกเดือนลองศึกษารายละเอียดได้ที่ www.huasengheng.com

บริษัท ออสสิริส จำกัด เป็นบริษัทที่อยู่ในเครือบ้านช่างทอง กรุ๊ป มีโปรแกรมออมเหรียญทองคำ 1,000 บาทต่อเดือน หรือทองคำแท่ง 10,000 บาทต่อเดือน ตรวจสอบสถานะได้ทางเว็บไซต์ www.ausiris.co.th

นอกจากนี้เว็บเกี่ยวกับทองคำที่น่าสนใจ ได้แก่ เว็บร้านทองแม่ทองสุก www.mtsgold.com ซึ่งมีสินค้าเกี่ยวข้องกับทองครบวงจร และสมาคมค้าทองคำ www.goldtraders.or.th เข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ครับ

กองทุนทอง

การลงทุนในทองคำ มิใช่ว่าต้องซื้อทองคำที่เป็นวัตถุจับต้องได้อย่างเดียว ท่านสามารถลงทุนในกองทุนทองคำได้อีกด้วย ข้อดีคือไม่ต้องกังวลเรื่องการเก็บรักษาหรือการโจรกรรม แต่ได้รับผลตอบแทนเทียบเท่าราคาทองจริง ดังตัวอย่างต่อไปนี้

กองทุนเปิดบัวหลวงโกลด์ จาก บลจ.บัวหลวง เครือธนาคารกรุงเทพที่มุ่งเน้นลงทุนในทองคำ ผ่าน SPDR Gold Trust กองทุนประเภท ETF ที่ใหญ่ที่สุดในโลก กองทุนนี้ลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศที่มีนโยบายลงทุนในทองคำแท่งความบริสุทธิ์ขั้นต่ำ 99.5% เพื่อให้ราคาหน่วยลงทุนเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับราคาทองคำ ซื้อได้ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป

เข้าไปอ่านได้ที่ http://tinyurl.com/4guz56p

นอกจากนี้ยังมีกองทุนเปิดเคโกลด์ ของเครือธนาคารกสิกรไทย ซึ่งมีลักษณะการลงทุนคล้ายๆกัน วันก่อนผมฟังวิทยุเขาบอกว่าปีที่ผ่านมากองทุนนี้ทำกำไรได้เกือบ 25% เลยทีเดียว ลงทุนขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 10,000 บาท

ศึกษารายละเอียดได้ที่ http://www.kasikornasset.com/th/pages/K-GOLD.aspx

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ถ้าท่านสังเกตุราคาทองคำจะมีการปรับเปลี่ยนทุกวัน ขึ้นลงโดยอิงกับสถานการณ์ต่างๆ เช่น ราคาน้ำมัน ค่าเงินดอลล่าห์สหรัฐ การเมือง เทศกาล ฯลฯ บางวันขึ้นบางวันลง นี่เองเป็นช่องที่นักลงทุนสามารถทำกำไรจากการเก็งทิศทางของราคาทองได้ด้วยโกลด์ฟิวเจอร์ส

โกลด์ฟิวเจอร์ส (Gold Futures) คือสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายว่าจะซื้อทองราคาเท่านั้นเท่านี้ในอีกกี่เดือนข้างหน้า ด้านหนึ่งมันคือเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากการผันผวนของราคาทองคำในอนาคต แต่อีกด้านมันเป็นเครื่องมือที่ผู้ลงทุนสามารถใช้ทำกำไรโดยใช้เงินลงทุนไม่สูงนัก ด้วยการวางหลักประกันขั้นต้นประมาณ 1-5 หมื่นบาทต่อสัญญา ท่านก็สามารถซื้อขายได้แล้ว

ด้วยคุณลักษณะเด่นที่สามารถซื้อก่อนขายหรือขายก่อนซื้อก็ได้ โกลด์ฟิวเจอร์ส จึงทำกำไรได้ทั้ง 2 ทิศทาง คือถ้ามองว่าทองจะขึ้นก็เปิดสัญญาซื้อเอาไว้ เมื่อราคาขึ้นก็ขาย หรือถ้าคิดว่าทองจะลงก็เปิดสัญญาขายเอาไว้ เมื่อทองลงก็ซื้อ ซื้อถูกขายแพง เมื่อไหร่ก็ได้กำไรเมื่อนั้น แต่ต้องระวังถ้าทิศทางราคาทองไม่ได้ขึ้นลงตามคาดก็ขาดทุนได้เช่นกัน

ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://www.tfex.co.th/th/investor_corner/knowledge_p7.html

โกลด์ฟิวเจอร์สมีอายุจํากัด ซึ่งแตกต่างจากหุ้นและทองคำจริงที่ไม่มีวันหมดอายุ หากผู้ลงทุนถือโกลด์ฟิวเจอร์สไปจนถึงวันครบอายุสัญญา ก็จะมีการปิดสถานะของสัญญาให้ผู้ลงทุนโดยอัตโนมัติ ผู้ลงทุนจะได้กำไรขาดทุนเท่ากับส่วนต่างระหว่างราคาที่ซื้อหรือขายฟิวเจอร์สไว้ และราคาที่ใช้ชำระราคาวันสุดท้าย

การซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์สทำได้ง่าย สะดวก ผ่านระบบซื้อขายอิเล็กทรอนิกส์ของตลาดอนุพันธ์ (TFEX ) โดยมีบริษัท สำนักหักบัญชี (ประเทศไทย) จำกัด (TCH) เป็นผู้ประกันการชำระราคาจากการซื้อขาย และมีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นผู้กำกับดูแลการดำเนินงาน ผู้ลงทุนจึงมั่นใจได้ว่าในทุก ๆ การซื้อขายในตลาดอนุพันธ์ มีความโปร่งใสและเชื่อถือได้

ราคาทองคำมีการเคลื่อนไหวที่ไม่สัมพันธ์กับราคาหุ้น การลงทุนในทองจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการทำกำไรและกระจายความเสี่ยงให้กับท่านได้ แต่อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องทิ้งคำเตือนตามทำเนียมไว้ว่า การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจ

........................................................................................

23 มกราคม 2554

ใช้เครื่องมือขั้นเทพ ของเฟสบุ๊คและกูเกิ้ลช่วยทำธุรกิจ

เมื่อเร็วๆนี้ผมอ่านพบข่าวที่น่าสนใจ 2 เรื่อง คือ หนึ่งยอดผู้ใช้บริการของ Facebook ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตสูงมากเป็นอันดับ 2 ของโลก อีกข่าวหนึ่งรายงานว่า งบโฆษณาของสื่อต่างๆในประเทศไทย ทีวียังครองแชมป์ ส่วนโฆษณาบนอินเตอร์เน็ตยังมีอัตราการเติบโตน้อยกว่าที่ควรจะเป็น...

เป็นไปตามกลไกตลาด ข่าวข้างต้นบอกเราว่าช่องทางที่มีประสิทธิภาพสูงบนอินเตอร์เน็ตอย่างเฟสบุ๊คที่มีผู้เข้าใช้บริการจำนวนมาก ค่าโฆษณากลับไม่แพงอย่างที่คิด ข่าวดีคือมันเป็นช่องทางที่ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงได้ง่ายๆอีกด้วย

ล่าสุดผมได้ทดลองทำแคมเปญโฆษณาออนไลน์ชิ้นหนึ่ง เป็นการประยุกต์ใช้เครื่องมือฟรีของกูเกิ้ลในการทำเว็บ และนำไปทำโฆษณาในเฟสบุ๊ค ผลก็คือโฆษณาชิ้นนี้ผ่านสายตาคน 2.49 แสนครั้ง มีคนคลิกเข้าไปอ่านต่อ 171 ครั้ง ลงชื่อเป็นว่าที่ลูกค้าใหม่ 7 ราย โดยใช้เงินเพียง 18.55 เหรียญดอลล่าห์สหรัฐ(ประมาณ 6 ร้อยกว่าบาท)เท่านั้น

สินค้าที่ใช้ทำโฆษณานี้คือ ประกันบุตรสุดรักของไทยประกันชีวิต รายชื่อลูกค้า 7 รายหากขายได้ 1 คนก็นับว่าคุ้มค่ากับที่ทำโฆษณาไป

สร้างเว็บที่แอ็คทีฟด้วย Blogger.com และ Youtube.com

กระแสความแรงของภาพยนต์โฆษณาประกันบุตรสุดรักทางทีวี ส่งผลให้การทำตลาดต่อบนอินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องง่าย เพราะเท่ากับเป็นการตอกย้ำใช้ผู้ชมได้รับรู้อีกครั้งหนึ่ง วิธีการคือเอาคลิปโฆษณาชิ้นนี้ใน Youtube.com มาลงใน Blogger.com บล็อกฟรีค่ายกูเกิ้ล จากนั้นก็เขียนรายละเอียดของเนื้อหา

เหตุที่เลือกใช้ Blogger.com สร้างเว็บเพราะเป็นเครื่องมือที่ใช้งานง่าย มีเมนูให้ผู้ที่เข้าชมเว็บนำเนื้อหาของเว็บเราไปบอกต่อเพื่อนทาง email ,Facebook, Twitter โดยไม่ต้องเสียเวลาสร้างปุ่มเปล่านั้นขึ้นมาเองเลย

เว็บบล็อกที่สร้างขึ้นคือ http://naiprakan.blogspot.com จะมีทั้งรายละเอียดให้อ่านและภาพเคลื่อนไหวให้รับชม ทำให้ผู้ที่เข้าเว็บมีอารมณ์ร่วมได้มากกว่าเว็บที่มีแต่เนื้อหาอย่างเดียว อารมณ์ในการซื้อมีความสำคัญมากนะครับ เคยเห็นไหมที่ลูกค้ามีตังค์แต่ไม่มีอารมณ์ซื้อ การค้าขายก็ไม่เกิดขึ้น น่าเสียดายมาก

ภาพยนต์โฆษณาทางทีวีแต่ละชิ้นใช้เงินลงทุนนับสิบล้าน จุดประสงค์หนึ่งของเขาคือต้องการให้ผ่านสายตาของผู้มจำนวนมาก เมื่อเรานำมาใช้ประโยชน์บนเว็บของเราเท่ากับเป็นการเผยแพร่โฆษณาให้เขาอีกทอดหนึ่งได้ประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย

ท่านอาจทำคลิปที่แนะนำสินค้าและบริการของท่านเอง ด้วยเครื่องมือง่ายๆเช่นโทรศัพท์มือถือ แล้วนำไปแปะที่ Youtube.com ก่อนนำไปใช้ แต่ละวันมีผู้เข้ามาใช้บริการที่นี่มหาศาล ธุรกิจของท่านก็จะได้ประชาสัมพันธ์ที่นี่อีกช่องทางหนึ่ง

เพิ่มเครื่องมือที่ติดตามลูกค้าด้วย กูเกิ้ล ด็อกส์

ผู้ที่เข้าชมเว็บหลายรายมีโอกาสที่กลายเป็นลูกค้าต่อไป แต่การที่ผู้เข้าชมเว็บจะติดต่อกลับมามีโอกาสน้อยนัก จะเป็นเช่นนั้นได้สินค้าของเราต้องเป็นที่ต้องการมากๆ วิธีการคือทำช่องกรอกข้อมูลให้ลูกค้าใส่ email หรือเบอร์โทรให้เราติดต่อกลับไปได้

การทำแบบฟอร์มสำหรับกรอกข้อมูล เป็นเครื่องมือฟรีของค่ายกูเกิ้ลอีกตัวหนึ่งชื่อ กูเกิ้ล ด็อกส์ สมัครใช้งานได้ที่ http://docs.google.com สร้างแบบฟอร์มขึ้นมาแล้วนำโค้ดมาแปะในเว็บบล็อกของเรา

ข้อแนะนำคือไม่ควรทำให้ลูกค้าต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวคราวเดียวมากเกินไป นึกถึงใจเขาใจเรา เป็นเราก็ไม่กรอกใช่ไหม ถ้าต้องการข้อมูลจำนวนมาก ควรขอเป็น 2 ครั้งขึ้นไป จะทำให้ได้ข้อมูลง่ายกว่า

เว็บบล็อกที่ค่อนข้างสมบูรณ์ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็ไปสู่ขั้นตอนนำเว็บสู่สายตาของชาวโลก

โฆษณาเว็บบนเฟสบุ๊ค

ตัน โออิชิ เคยให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อก่อนเขาเป็นคนเก็บตัว ไม่ชอบพบปะนักข่าว แต่ภายหลังกลับทำตรงกันข้าม เพราะพบว่ามันเป็นช่องทางโฆษณาให้กับตนเองที่มีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องเสียค่าเงินแม้แต่บาทเดียว

ความจริงบนเฟสบุ๊คมีช่องทางโฆษณาฟรีหลายส่วนด้วยกัน เช่นโพสต์บนกระดานของเราหรือเพื่อนๆแต่ก็ทำได้ในวงจำกัด การไปโพสต์ใน Marketplace ผมลองมาแล้ว ผลตอบรับไม่ดีนัก อย่างว่าของฟรีจะเอาอะไรนักหนา

ด้านขวามือของ Facebook เราจะเห็นโฆษณาต่างๆ เราสามารถสร้างโฆษณาเหล่านี้เองได้เช่นกัน เพียงท่านมีบัตรเครดิต(หรือบัตร B1 ธนาคารกรุงเทพ)ให้เรียกเก็บเงิน กดปุ่มสร้างโฆษณาแล้วทำตามคำแนะนำซึ่งเป็นเมนูภาษาไทยตามขั้นตอนไปเรื่อยๆ ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็เรียบร้อย

โฆษณาที่สร้างขึ้นบน Facebook จะมีทั้งภาพและข้อความ ท่านสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่โฆษณาจะแสดงผลได้ เช่น อายุ เพศ การศึกษา จังหวัด ประเทศ ไปจนถึงความสนใจ ระบบจะมีการประเมินจำนวนผู้เข้าชมให้ด้วย สำหรับค่าโฆษณาส่วนใหญ่คิดราคาเป็นคลิกคลิกละประมาณ 3-7 บาทเท่านั้น

วิธีวัดความสำเร็จของการโฆษณา อาจดูได้จากยอดขายสินค้าและบริการที่มากขึ้น โฆษณาที่ดีๆ มีอิทธิพลถึงขั้นทำให้ลูกค้าเดินออกจากบ้าน หรือยกหูโทรศัพท์โทรไปซื้อสินค้าหรือบริการนั้นเลยทีเดียว

หวังว่าเครื่องมือดีๆจากกูเกิ้ลและเฟสบุ๊คจะทำให้ธุรกิจของท่านเติบโต มียอดขายถล่มทลาย นับเงินกันไม่หวัดไม่ไหวเลยนะครับ.

5 มกราคม 2554

ตอน ซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าผ่านเน็ต


ปัจจุบันผมใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่ต่างจังหวัด ซึ่งทำให้พบความจริงข้อหนึ่งว่า คนบ้านนอกที่แต่งตัวมอมแมมเดินเท้าเปล่าหลายๆคนมีฐานะดีกว่าคนในเมืองที่ขับรถโก้หรูเสียอีก นั่นเพราะคนเมืองเมื่อขยับตัวแต่ละทีล้วนมีค่าใช้จ่าย ค่าเดินทาง ค่ากิน ค่าอยู่ รถสวยๆเสื้อผ้าดีๆมีที่มาจากหนี้สินมากมายที่พวกเขาก่อขึ้นทั้งสิ้น

ต่างจากคนบ้านนอกที่ไม่พกเงินออกจากบ้านเป็นวันๆก็ยังได้ อาหาร ยารักษาโรคหาได้จากพืชผักสมุนไพรริมรั้ว บวกกับการทำเกษตรอินทรีย์ที่มีการส่งเสริมกันอย่างเข้มข้น ช่วยลดการใช้เคมีทางการเกษตรลง เมื่อขายผลผลิตได้กำไรจึงเป็นของเกษตรกรเน้นๆ

ที่นี่ผมพบกับเกษตรกรที่ปลูกผักขายมีรายได้วันละ 1 พันกว่าบาท เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดรายได้เดือนละ 2 หมื่นกว่าบาท หรือเกษตรกรเจ้าของสวนยางพาราที่กำลังราคาดีครึ่งเดือนมีรายได้ 1 แสนบาท มันสำปะหลังที่แต่ก่อนราคาประมาณ 1 บาทกว่าๆต่อกิโล เดี๋ยวนี้กลายเป็น 3 บาทกว่า ทั้งโรงงานแป้ง และโรงงานผลิตน้ำมันแย่งกันซื้อ

เมื่อเร็วๆนี้คุณธนินทร์ เจียวรานนท์ เจ้าของซีพี ได้แสดงวิสัยทัศน์ไว้ว่าประเทศไทยมีน้ำมันบนดินได้แก่พืชผลทางการเกษตร สมควรที่รัฐบาลจะหันมาให้ความสนใจส่งเสริมกันมากๆ แต่เมื่ออยู่ในบ้านเมืองนี้ขืนรอรัฐบาลก็เป็นอันอดตายกันพอดี ศาสตร์ด้านการเกษตรหลายๆแขนงเอกชนจึงพัฒนาไปไกลกว่ารัฐมากแล้ว

ปัญหาที่เกิดขึ้นเสมอคือราคาพืชผลที่มักขึ้นๆลงๆไม่แน่นอน เพราะกลไกการตลาดซึ่งมักไม่ได้ถูกกำหนดโดยเกษตรกร เมื่อผลผลิตใดราคาดีก็จะจูงใจให้เกษตรกรแห่กันไปเพาะปลูก เมื่อสินค้าล้นตลาดราคาก็ตกลงมา ขาดทุนกันถ้วนหน้า วิธีการแก้ปัญหาดังกล่าวมีการคิดและพูดถึงกันมาก หนึ่งในวิธีการนั้นก็คือตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า

วิธีการที่เกษตรกรจะมั่นใจว่าราคาพืชผลทางการเกษตรจะไม่ตกต่ำในอนาคต และวิธีการที่โรงงานจะมั่นใจว่าต้นวัตถุดิบด้านการเกษตรจะไม่มีราคาสูงลิ่ว ทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้ด้วยการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ในราคาที่ทุกฝ่ายพอใจ เมื่อถึงเวลาที่ผลิตออกสู่ตลาดก็ส่งมอบสินค้าให้แก่กัน

แต่การทำสัญญาระหว่าเกษตรกรกับพ่อค้าดังกล่าว ทั้ง 2 ฝ่ายต้องรู้จักกัน ปัญหาที่เกิดขึ้นคือสัญญาไม่มีมาตรฐาน อาจเกิดการ เบี้ยว หรือไม่ทำตามข้อตกลงกันขึ้นได้ สิ่งเหล่านี้แก้ไขได้ด้วยตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า

ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย(The Agricultural Futures Exchange of Thailand) หรือ AFET เป็นศูนย์กลางในการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า ที่จะส่งและรับมอบกันในอนาคต โดยตลาดจะทำการคัดเลือกสินค้า กำหนดระเบียบเงื่อนไข ดูแลการซื้อขายให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมไปจนถึงจัดให้มีการส่งมอบและรับสินค้าอย่างเป็นระบบ

www.afet.or.th ปัจจุบันสินค้าที่นำมาซื้อขายล่วงหน้าได้แก่ ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ,ข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2 ,ข้าวขาว 5% และ มันสัมปะหลังเส้น เกษตรกรสามารถเข้ามาบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาสินค้าเกษตร ด้วยการขายสัญญาล่วงหน้าไว้ใน AFET เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวถ้าราคาตลาดจริงลดลง ก็ยังได้กำไรจาก AFET มาชดเชย

ด้านผู้ประกอบการที่เกรงว่าราคาขายผลิตผลการเกษตรจะราคาสูงขึ้น ก็สามารถเข้ามาซื้อสัญญาล่วงหน้าใน AFET หากราคาในตลาดจริงสูงขึ้น ผู้ประกอบการก็จะได้กำไรจากการซื้อสัญญาล่วงหน้าไปชดเชยราคาสินค้าที่สูงขึ้นในตลาดจริงได้

ถามว่าถ้าไม่ใช่เกษตรกรหรือผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรเลยจะทำอะไรได้ ใน AFET ยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนทั่วไปใช้เป็นช่องทางในการแสวงหาผลกำไรจากความผันผวนของราคาสินค้าเกษตร คล้ายๆกับตลาดหุ้น เพียงแต่ว่านักลงทุนมีโอกาสทำไรทั้งในภาวะที่ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นและต่ำลง

แหล่งความรู้วิธีการลงทุนใน AFET ท่านสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากที่นี่

เอกสารอ่านฟรี www.afet.or.th/v081/thai/learning/publication.php

ตารางสัมมนาฟรี ที่http://www.afet.or.th/v081/thai/learning/seminar.php

หากมีกำลังทรัพย์ก็แนะนำว่าลงทะเบียนเรียนแบบเสียเงินวิชาละ 500 บาท ที่นี่ www.afet.or.th/v081/thai/training/training.php จะได้ความรู้ลึกขึ้นไปอีกระดับ

เมื่อศึกษาข้อมูลจนพร้อมแล้วขั้นต่อไปคือเลือกเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ ตามรายชื่อต่างๆดังนี้ www.afet.or.th/v081/thai/member/broker.php จากนั้นก็วางเงินประกัน 3-5% ของมูลค่าสัญญา ประมาณ 10,000 - 24,000 บาท ตามชนิดของสินค้าเกษตรที่ต้องการซื้อขาย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.afet.or.th/v081/thai/trading/margin.php

ถึงตอนนี้ท่านก็ซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าได้แล้ว ท่านสามารถส่งคำสั่งซื้อขายโดยผ่านเจ้าหน้าที่การตลาดของบริษัทนายหน้าฯ หรือส่งคำสั่งซื้อขายได้ด้วยตัวของท่านเองผ่านบริการ AFETDirect (Internet Trading) ซึ่งตรวจสอบสถานะได้ทุกสิ้นวันว่ามีกำไรหรือขาดทุน

ระบบ AFET Direct จะอาศัยโปรแกรม J-Trader ซึ่งประกอบด้วยการใช้งานที่เอื้ออำนวยให้ผู้ลงทุนในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า มีความสะดวกสบายในการส่งคำสั่งซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ต ตรวจสอบสถานะของคำสั่งซื้อขาย ราคาเสนอซื้อเสนอขายแบบ Real Time รวมทั้งยังแสดงพอร์ตการลงทุน พร้อมด้วยการคำนวณผลกำไร ขาดทุน จากการซื้อขาย

หากท่านถือสัญญาซื้อหรือขายจนถึงวันซื้อขายสุดท้าย ท่านต้องเข้าสู่กระบวนการส่งมอบรับมอบสินค้า (ยกเว้นสัญญาซื้อขายแบบ Both Options ที่ท่านสามารถเลือกได้ว่าจะรับมอบหรือส่งมอบสินค้าหรือไม่) ตามที่กำหนดในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

ท่านสามารถทดลองซื้อขายทางอินเตอร์เน็ตได้ที่ www.afetdirect.com มีเงินลงทุน 1,000,000 บาทให้ท่านทดลองเล่นด้วย เล่นคล่องๆได้กำไรบ่อยๆถึงเวลานั้นแล้วค่อยเปิดบัญชีซื้อขายกันจริงๆ อย่างไรก็ตามการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งย่อมมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนการตัดสินใจ

การค้าในอนาคตเกิดขึ้นรวดเร็ว ทันสมัย ถ้าเราไม่อยากตกยุค ต้องหูตาไวและพยายามเรียนรู้ให้เท่าทัน.

23 ธันวาคม 2553

สร้างธุรกิจด้วยเว็บบอร์ด

พันทิปดอทคอม(pantip.com)เป็นเว็บเก่าแก่ คลาสสิก ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงรายแรกๆของไทย แต่ละวันมีผู้เข้ามาใช้บริการจำนวนมาก ผมรู้จักเว็บแห่งนี้เพราะเพื่อนบอกว่า ถ้าต้องการรู้เรื่องใดและหาคำตอบไม่ได้ให้ไปโพสต์คำถามไว้ที่พันทิป เพียงไม่นานก็จะมีผู้เข้ามาตอบคำถาม ส่วนจะได้เรื่องหรือไม่นั้นก็พิจารณากันเอง

ภายในเว็บของพันทิปยังแบ่งออกเป็นห้องต่างๆตามความสนใจของผู้เข้าชม เช่นการเมือง สังคม รถยนต์ ต้นไม้ สัตว์เลี้ยง เทคโนโลยี หนังสือ เพลง เกิดเป็นชุมชนของคนที่สนใจเรื่องเดียวกันทั่วประเทศ ...และข้ามประเทศด้วยเพราะพันทิปยังมี โต๊ะไกลบ้านให้คนไทยในต่างประเทศได้แสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนกัน

เว็บบอร์ดเป็นเหมือนกระดานสาธารณะ สำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูล แสดงความคิดเห็น ไม่ได้มีแค่เพียงที่พันทิปแห่งเดียว เว็บยอดนิยมที่อื่นๆก็มักจะมีเว็บบอร์ดให้ผู้เข้าชมเว็บแสดงความคิดเห็นด้วย เช่น เว็บบอร์ดของสนุกดอทคอม http://webboard.sanook.com/forum สยามซ่า http://webboard.siamza.com เย็นตาโฟร์ http://webboard.yenta4.com

จุดเด่นของเว็บบอร์ด คือความรู้ความเห็นที่ได้จากที่นี่เป็นข้อมูลที่เปิดกว้าง มาจากหลายแหล่ง ไม่ใช่มาจากผู้เชี่ยวชาญคนใดคนหนึ่ง มีการถกเถียง วิเคราะห์ ตรวจสอบ มีการแสดงความเห็นด้วย เห็นต่าง หลากหลายแง่มุม ด้วยลักษณะเด่นเฉพาะตัวเช่นนี้รายใหญ่ๆจึงโดดมาเล่นด้วย เช่น กูเกิ้ล มี http://guru.google.co.thและ ยะฮูก็มี http://answers.yahoo.com

ดึงลูกค้าจากเว็บบอร์ดเฉพาะเรื่อง

ปัจจุบันความสนใจของผู้คนมีความเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น เว็บบอร์ดแบบทั่วไปไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ จึงเกิดเว็บบอร์ดเฉพาะเรื่องต่างๆขึ้นมากมาย อาทิ

บอร์ดของรายการไอทีแบไต๋ไฮเทค http://www.beartai.com/webboard

บอร์ดของคนทำธุรกิจผ่านเน็ต http://www.thaiseoboard.com

บอร์ดของคนทำธุรกิจอีเบย์ http://community.ebay.co.th

บอร์ดของคนเลี้ยงแพะแกะ http://www.thaifeed.net/forum/forum_topics.asp?FID=5

บอร์ดเกษตรพอเพียง http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php

เมื่อท่านมีเว็บไซต์ของท่านเองแล้ว หากปล่อยไว้เฉยๆ จะพบว่ามีคนเข้าเยี่ยมชมเว็บน้อยอย่างน่าใจหาย จำเป็นต้องประชาสัมพันธ์เว็บให้เป็นที่รู้จัก และวิธีการหนึ่งที่ได้ผลมากๆคือดึงคนจากเว็บบอร์ด เพราะมันคือแหล่งชุมนุมของผู้ที่สนใจเรื่องเดียวกัน เช่นเพื่อนของผมทำเว็บเรื่องการถ่ายภาพ ช่วงแรกเขาก็ได้ผู้เข้าชมล้นหลามจากบอร์ดเรื่องกล้องของพันทิพย์

ปกติเว็บบอร์ดจะใช้เป็นที่แสดงความคิดเห็นหรือให้ข้อมูลกันเพียงเท่านั้น ไม่ให้ขายสินค้า ถ้าต้องการทำเช่นนั้นให้ใช้บริการส่วนของคลาสสิฟายด์ แต่ก็มีหลายบอร์ด เช่น บอร์ดของผู้เลี้ยงแพะและแกะที่ขายของและแสดงความเห็นทำกันได้อย่างเสรี เพราะคนในบอร์ดเป็นเจ้าของฟาร์ม ทำธุรกิจเดียวกัน รู้จักคุ้นเคยกันกันเป็นอย่างดี

การประกาศขายของในบอร์ดที่ให้แสดงความเห็น หรือประกาศเรื่องผิดหมวดหมู่อย่างจงใจเพื่อการค้า ข้อความนั้นถือว่าเป็นการสแปมบอร์ด ถ้าเจ้าของเว็บตรวจพบก็จะลบข้อความนั้น และถ้ายังทำผิดกติกาอีก อาจมีผลให้ระงับบัญชีของผู้ใช้งานท่านนั้นได้ คล้ายๆกับการ Tag รูปจากคนไม่รู้จักในเฟสบุ๊ค ที่สร้างความรำคาญทั่วบ้านทั่วเมืองในขณะนี้

แต่ท่านสามารถประชาสัมพันธ์เว็บของท่านในบอร์ดต่างๆทางอ้อมได้ด้วยการ ใช้ลายเซ็นต์ ส่วนที่อยู่ด้านล่างของทุกความคิดเห็น สิ่งที่บ่งบอกว่าผู้เขียนคือใครส่วนนั้นเรียกว่าลายเซ็น นอกจากนามแฝงที่ใส่ลงไปแล้ว หลายคนก็ใส่ชื่อเว็บไซต์ของตนเองให้ผู้อื่นตามไปทำความรู้จัก ซึ่งอยู่ในวิสัยที่ทำได้

ตอนลงทะเบียนเข้าใช้งานเว็บบอร์ดหลายๆแห่งจะมีส่วนที่ให้ใส่ข้อมูลลายเซ็น เมื่อท่านมีลายเซ็นที่เป็นชื่อท่านและเว็บของท่านแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการเข้าไปแสดงความเห็นตามกระทู้ต่างๆ ถ้าคำตอบและคำถามของท่านเข้าท่า ตรงกับความสนใจของเขา ก็จะมีหลายคนตามไปอ่านต่อที่เว็บของท่าน และมีแนวโน้มที่จะเป็นลูกค้าของท่านต่อไปในอนาคต

ไอเดียสร้างเว็บบอร์ดของตนเอง

เว็บบอร์ดคือชุมชนของผู้ที่สนใจเรื่องเดียวกัน หากท่านมีความสนใจเรื่องใด ลองสร้างเว็บบอร์ดที่เกี่ยวข้องขึ้นมาดูสิครับ ถ้ามันมีประโยชน์ มีผู้เข้ามาใช้บริการมากๆเข้า วันหนึ่งต้องเป็นประโยชน์กับธุรกิจที่ท่านทำอยู่แน่นอน ท่านสามารถทดลองเข้าไปสร้างบอร์ดฟรีได้ที่

www.212cafe.com/freewebboard และ www.yimwhan.com

ผมมีไอเดียการสร้างเว็บบอร์ดที่คิดไว้แต่ยังไม่ได้ทำมาฝากทุกท่าน ช่วงนี้กระแสรักษ์โลกกำลังมาแรง เชื้อเพลิงแพงขึ้นทุกวัน จึงเกิดระบบคาร์พูล(Car pool) ทางเดียวกันไปด้วยกันขึ้น กล่าวคือผู้ที่มีรถและไม่ต้องการเดินทางคนเดียว สามารถหาเพื่อนร่วมทางมาแชร์ค่าน้ำมันได้ เพื่อนร่วมทางก็เดินทางสะดวกกว่าใช้รถประจำทาง เจ้าของรถก็ประหยัดค่าเชื้อเพลิง ได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย

ถ้ามีเว็บแห่งหนึ่งเป็นสื่อกลางให้เจ้าของรถและผู้โดยสารมาเจอกัน โดยไม่จำเป็นต้องรู้จักกันมาก่อน ใครจะเดินทางไปที่ไหนก็มาโพสต์ไว้ที่เว็บบอร์ด ผู้โดยสารที่เดินทางเส้นทางเดียวกันก็เข้ามาเลือกรถที่จะโดยสารไปด้วย แบ่งหมวดหมู่ของบอร์ดเป็นเส้นทางในกรุงเทพ และจังหวัดต่างๆน่าจะได้รับความนิยมไม่ใช่น้อย

ถามว่าแล้วเจ้าของเว็บบอร์ดจะได้อะไร เมื่อมีผู้เข้าใช้บริการมากเข้า ค่าอาจเก็บค่าสมาชิก หรือค่าโฆษณา อาจเป็นโฆษณาของภาครัฐ จำพวกกระทรวงพลังงาน หรือบริษัทเจ้าของรถยนต์ หรือน้ำมัน ยี่ห้องต่างๆ แต่ถ้ายังไม่มีโฆษณาจากที่ไหนก็เอาโฆษณาจากกูเกิ้ลมาติดแล้วรับรายได้เป็นค่าคลิกไปก่อนก็ได้ สมัครฟรีที่ www.google.com/adsense

โลกอินเตอร์เน็ตยังมีพื้นที่มากมายสำหรับไอเดียเจ๋งๆ หวังว่าคงพบเว็บทำเงินที่ท่านเป็นเจ้าของเองในไม่ช้านี้.

20 ตุลาคม 2553

เมนูออนไลน์ เสิร์ฟร้อนๆ ถึงที่

เพื่อนของเพื่อนของผมไปอยู่อเมริกาหลายปี เขาเล่าว่าตอนอยู่ที่นั่นเขาทำธุรกิจอาหาร โดยไม่ต้องทำอาหาร ไม่มีพ่อครัว ไม่มีหน้าร้าน เขาเล่าอีกว่า เขามีเพียงเครื่องแฟกซ์ โทรศัพท์ และคอมพิวเตอร์เท่านั้น แล้วจะทำธุรกิจธุรกิจอาหารได้ยังไง เฉลยธุรกิจของเขาคือทำหน้าที่เป็นช่องทางรับออเดอร์ให้กับร้านอาหารต่างๆนั่นเอง

ธุรกิจของเขา รุ่ง ขนาดไหน เอาเป็นว่า เมื่อกลับเมืองไทย เขาสามารถซื้อคอนโดแถวสุขุมวิทด้วยเงินสดได้ก็แล้วกัน

กูรูท่านหนึ่งบอกไว้ว่า ถ้าท่านต้องการทำธุรกิจแล้วนึกอะไรไม่ออก ให้ท่านทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร เพราะคนเราต้องกินทุกวัน นี่เป็นคำกล่าวที่ไม่เกินเลยความจริง ถึงแม้ว่าย่ำแย่ หรือไม่มีกำไร แต่รับรองว่าไม่อดตายแน่นอน อย่างน้อยเราก็มีของในร้านกิน จริงไหม

อาหารเดลิเวอรี่ เสิร์ฟถึงที่สำหรับคนขี้เกียจ

เราทุกคนต้องแบกภาระเรื่องปากท้องของตัวเองวันละ 3 มื้อ ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม การกินอาหารอาจจะเป็นทั้งความ บันเทิง และ หน้าที่ ขึ้นอยู่กับว่ามื้อไหน หรือกินกับใคร หลายมื้อเราไม่ได้ให้ความสำคัญ เพียงทำให้มันผ่านๆไปเท่านั้น ดังที่คนทำงานออฟฟิสหลายๆท่านมักฝากเพื่อนซื้อมากินที่โต๊ะทำงาน

ร้านอาหารเดลิเวอรี่บริการส่งถึงที่จึงเกิดขึ้นอย่างกับดอกเห็ดเพื่ออำนวยความสะดวกในเรื่องนี้ โดยเฉพาะร้านฟาสต์ฟู้ดเฟรนด์ไชส์ต่างๆ หลายร้านนอกจากมีสายด่วนโทรสั่งอาหารแล้ว ลูกค้ายังสามารถสั่งอาหารได้ผ่านเว็บไซต์ มีรูปอาหารสวยๆยั่วน้ำลายให้นึกอยาก มีโปรโมชั่นให้สั่งอาหารได้มากกว่าปกติ ต่อไปนี้คือเว็บสั่งอาหารของร้านฟาสต์ฟู้ดที่ว่า

เดอะพิซซ่า www.pizza.co.th

พิซซ่าฮัท www.pizzahut.co.th

เคเอฟซี www.kfc.co.th

MK สุกี้ www.mkrestaurant.com/mkdelivery/index.php

สีฟ้า www.seefah.com/products/seefah-delivery/service-area

เอสแอนด์พี www.snpfood.com/info/sandpdelivery.php

โออิชิ www.oishigroup.com/brand_delivery.php

ลองศึกษาเงื่อนไข วิธีการจัดส่ง และพื้นที่ในการจัดส่งดูนะครับ

ไอเดียบริการส่งอาหารย่านสีลม

ผมเคยไปออกบูธขายหนังสือย่านสีลม พบว่าคนเยอะมากช่วงพักเที่ยง หนังสือของผมขายดีวันแรกๆไม่กี่วัน เพราะมันไม่ใช่ปัจจัยสี่ ที่ต้องกินใช้ทุกวัน ผมเคยคิดเล่นๆว่าจะทำธุรกิจอะไรดี ที่จะเก็บกำไรจากคนสีลมได้คนละ 10 บาท วันละ 1,000 คน คิดไปเรื่อยๆ มาจบที่ธุรกิจอาหาร

สีลมเป็นย่านธุรกิจที่มีสำนักงานเป็นจำนวนมาก มีตึกสูงๆนับร้อยตึก พนักงานนับหมื่นนับแสนคน แต่ละวันน่าจะมีคนที่ไม่อยากเดินลงมากินมื้อกลางวันจำนวนไม่น้อย พวกเขาอาจจะมีงานเร่งด่วนต้องทำ ติดนำเสนองานช่วงบ่าย ไม่อยากตากแดดออกมาหาร้านอาหาร ไม่มีคนกินข้าวเป็นเพื่อน ร้านที่เพื่อนไปไม่มีอาหารที่ชอบ และอีกสารพัดเหตุผล

บุคคลเหล่านี้คือว่าที่ลูกค้าของผม

ขณะเดียวกันสีลมเป็นย่านที่มีร้านอาหารจำนวนมาก ศูนย์อาหารของตึกต่างๆก็เยอะ ด้วยภาวะการแข่งขันสูง หลายๆที่จึงมีบริการส่งฟรี ร้านเหล่านี้น่าจะยินดีแน่นอนถ้ามีคนช่วยทำตลาดออนไลน์ให้เขา

ขั้นต้นท่านต้องติดต่อร้านอาหารที่จะเข้าร่วมโครงการ อาจจะคัดเลือกจากความสะดวก คือเลือกร้านที่มีบริการส่งอาหารอยู่แล้ว หรือคัดเลือกร้านอาหารที่รสชาติดี (เพื่อให้ลูกค้าติดใจ) ซักซ้อมกันว่าเมื่อสั่งให้เขาทำอาหาร แล้วเราเป็นผู้ดำเนินการจัดส่งให้ลูกค้าเอง

กำหนดระยะเวลาและขอบเขตในการจัดส่งอาหาร จัดทำเว็บไซต์ขึ้น ท่านอาจใช้บริการเว็บสำเร็จรูปฟรีของหลายๆที่ไปก่อน เช่น www.tarad.com , www.igetweb.com , www.siam2web.com ธุรกิจเติบโตแล้วจึงอัพเกรดเป็นแบบเสียเงิน

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยพร้อมใช้งาน ก็มาถึงขั้นโปรโมทเว็บไซต์ ท่านอาจจะจ้างพริตตี้ไปแจกใบปลิว ทำกิจกรรมอีเวนต์ที่สีลม หรือโปรโมทออนไลน์ผ่านโฆษณากับ www.google.com และ www.facebook.com พร้อมๆกันไป

หากร้านอาหารที่เข้าร่วมยินยอมหักกำไรรายการละ 5 บาท ลูกค้าที่ซื้ออาหารยอมจ่ายแพงกว่าเดิมเล็กน้อย เพียง 5 บาท เพื่อความสะดวกสบายขึ้น เราก็จะได้กำไรจากอาหารรายการละ 10 บาท มีลูกค้า 100 ราย ท่านก็มีรายได้วันละ 1,000 บาท ลูกค้า 1,000 รายก็ได้วันละ 1 หมื่นบาท

เป็นธุรกิจอาหารที่ไม่ต้องทำอาหาร น่าจะเป็นลักษณะเดียวกับที่ เพื่อนของเพื่อน ของผมทำจนร่ำรวยตอนอยู่ที่อเมริกา

สรุปส่งท้าย

ไอเดียธุรกิจออนไลน์นี้ผมคิดเอาไว้แต่ยังไม่ได้ทำ และไม่รู้ว่าจะมีโอกาสทำหรือเปล่า ท่านอาจจะนำไปประยุกต์ใช้ในชุมชนที่ท่านอาศัย ผมไม่หวง หากท่านประสบความสำเร็จผมก็ยินดีด้วย แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด และต้องพบอุปสรรคปัญหาอีกนานัปการ แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการทุกประเภทต้องเจออยู่แล้ว

ความสำเร็จที่ได้มาง่ายๆ ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าชื่นชม ผมขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการทุกคนครับ.

4 ตุลาคม 2553

Blogger.com แจ่ม เจ๋ง สำหรับทำเว็บเพื่อสร้างรายได้

ท่านอยากมีเว็บขายสินค้าหรือประชาสัมพันธ์ธุรกิจฟรีหรือไม่

ท่านอยากมีเว็บที่มีรายได้จากค่าโฆษณาหรือเปล่า

ท่านต้องการมีเว็บที่สามารถโปรโมทสินค้าจาก amazon.com หรือไม่

เว็บที่สามารถสร้างได้จากโทรศัพท์มือถือ แล้วอัพโหลดขึ้น Facebook หรือ Twitter อย่างง่ายดาย

ถ้าคำตอบของท่านคือ อยากได้ ทั้งหมดท่านเป็นเจ้าของได้ที่ www.blogger.com

บล็อกฟรีค่ายกูเกิ้ล

บล็อกคือเว็บสำเร็จรูปขนาดเล็กแบบหนึ่ง ความนิยมในการเขียนบล็อกเริ่มแพร่หลาย เพราะใช้งานง่าย ไม่มีเครื่องมือการทำงานที่ซับซ้อน ท่านอาจเคยเห็นเว็บหลายแห่งที่ไม่ค่อยอัพเดทข้อมูล อาจจะ3 เดือนครั้งหรือปีละครั้ง คนที่เข้าชมเว็บเข้าเพียงไม่กี่ครั้งก็ไม่อยากเข้าอีก เพราะไม่มีความเปลี่ยนแปลง

บล็อกเขียนง่ายกว่าเว็บ จึงอัพเดทข้อมูลได้บ่อยเท่าที่ต้องการ บล็อกของค่ายอื่นให้ใช้บริการฟรี เพราะต้องการให้มีคนเข้ามาเขียนเข้ามาอ่านมากๆ ผู้ให้บริการบล็อกก็สามารถขายพื้นที่โฆษณาได้ เท่ากับคนเขียนบล็อกช่วยให้ผู้อื่นได้ตังค์นั่นเอง

Blogger.com เป็นผู้ให้บริการบล็อกฟรีค่ายกูเกิ้ล หากท่านมีบัญชีกับกูเกิ้ลอยู่แล้ว เช่นGmail ท่านสามารถใช้ชื่อผู้ใช้งาน(Username) และรหัสผ่าน(Password)นั้นได้เลย ที่บล็อกเกอร์ท่านสามารถสร้างบล็อกได้หลายบล็อกภายใต้ชื่อผู้ใช้งานเดียวกัน

ขั้นตอนการเขียนบล็อกที่บล็อกเกอร์จะมีช่องให้ใส่ป้ายกำกับ(TAG) ได้แก่คำที่เป็นใจความสำคัญของบทความ หรือคำที่ผู้เข้าชมเว็บจะหาท่านพบเมื่อใช้คำนี้ในการค้นหาที่กูเกิ้ลหรือเซิร์ซเอ็นจินอื่น ท่านสามารถใส่แทกซ์ได้หลายคำ เพื่อที่ผู้ชมเว็บจะมีโอกาสหาบล็อกท่านพบง่ายขึ้น

ผมพบว่าการเขียนบล็อกที่นี่ทำให้ติดอันดับการค้นหาจากกูเกิ้ลได้ง่ายดาย อาจเป็นเพราะอยู่ค่ายเดียวกันหรือเหตุผลอื่นๆก็ไม่ทราบ ข้อดีของการติดอันดับการค้นหาที่กูเกิลง่ายคือโอกาสผู้ที่จะเข้าชมเว็บของเราก็จะมากขึ้นตามไปด้วย

โดยไม่ต้องลงทุน เสียเงิน เสียแรงไปลงโฆษณาหรือโปรโมทเว็บเลย

เผยแพร่บล็อกสู่ Facebook และ Twitter

บล็อกที่เขียนเสร็จ ส่วนด้านล่างจะมีเมนูให้ท่านทวิตข้อความขึ้นสู่ทวิตเตอร์ ส่งเรื่องขึ้นสู่เฟสบุ๊ค หรือส่ง email ให้เพื่อน เมนูนี้ดีอย่างไร เพราะไม่เพียงแต่ท่านเท่านั้นที่ทำได้ ผู้เข้าชมเว็บเมื่อเขาอ่านแล้วชอบใจต้องการแบ่งปันก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน เนื้อหาในเว็บของเราก็จะแพร่หลายไปสู่สายตาผู้คนจำนวนมาก

ท่านอาจจะมีเพื่อนในเฟสบุ๊ค 200 กว่าคน เพื่อนในทวิตเตอร์ 100 กว่าคน เมื่อท่านโปรโมทบล็อกขึ้นไป เขาเห็นแล้วโปรโมทต่อ หากเขามีเพื่อนหลักร้อยหลักพัน คนเหล่านั้นก็จะมีโอกาสอ่านในสิ่งที่ท่านเขียนด้วย

เดี๋ยวนี้การทำเว็บสามารถทำได้ไม่ยากแล้ว แต่การทำให้เว็บมีผู้เข้ามามาชมมากๆเป็นเรื่องที่ท้าทายกว่า เพราะเว็บที่ทำออกมาสวยงามแต่ไม่มีคนเข้ามาดู ก็ไม่มีความหมายอันใด สู้เว็บที่ไม่สวยเท่าไรแต่มีคนเข้ามาดูมากๆดีกว่ากันเยอะ

ที่บล็อกเกอร์จะมีสถิติให้ท่านดูด้วยว่า ผู้ที่เข้าชมเว็บของท่านมาจากที่ไหน เข้ามาอ่านผ่านช่องทางใด เว็บไหนส่งมา เขาอยู่ประเทศอะไร ใช้บราวเซอร์(โปรแกรมเปิดเว็บ)ชนิดใด สามารถดูข้อมูลเป็นรายวัน รายสัปดาห์และรายเดือน

ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงบล็อกต่อไป

การหารายได้จากอเมซอนและกูเกิ้ล

หลังจากเขียนบล็อกเสร็จท่านสามารถนำโฆษณาจากกูเกิ้ลมาติดเพื่อหารายได้ โดยเข้าไปเปิดบัญชีใช้งานที่ www.google.com/adsense ใช้รหัสเดียวกับ blogger.com ได้เลย เสร็จแล้วกลับมาที่บล็อกของท่าน ที่หน้าจัดการบล็อกจะมีเมนูการ สร้างรายได้ คลิกที่นี่แล้วท่านก็เลือกได้ว่าจะให้โฆษณาของกูเกิ้ลปรากฎที่ตำแหน่งไหนบ้างของบล็อก

จากนั้นเมื่อมีผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บคลิกที่โฆษณากูเกิ้ลท่านก็จะได้รับส่วนแบ่งรายได้จากค่าโฆษณา อาจจะเป็นเงินไม่มากในระยะต้น แต่เมื่อบล็อกของท่านได้รับความนิยมมีคนเข้ามาอ่านจำนวนมาก จำนวนคลิกโฆษณาก็จะมากตามไปด้วย และเมื่อได้ครบ 100 เหรียญสหรัฐก็จะมีเช็คจากกูเกิ้ลส่งมาที่บ้านของท่าน

นอกจากนี้ท่านสามารถเลือกเอาสินค้าอเมซอนที่เกี่ยวข้องมาติดที่บล็อกของท่านได้อีกด้วย สมัครนำสินค้าของอเมซอนมาขายได้ที่ https://affiliate-program.amazon.com เมื่อมีใครซื้อสินค้าจากอเมซอนโดยผ่านการแนะนำจากเว็บของท่าน ท่านก็จะได้รับค่าคอมมิชชั่นจากอเมซอน

ตัวอย่างบล็อกที่สร้างด้วยวิธีดังกล่าว

http://kasetbooks.blogspot.com บล็อกขายหนังสือเกษตร

http://thebookafe.blogspot.com บล็อกรับสมัครสมาชิกนิตยสาร

http://chaiyatip7.blogspot.com บล็อกของคอลัมน์เศรษฐีออนไลน์

Blogger.com มีคุณสมบัติทุกอย่างเท่าที่เว็บที่ดีควรจะมี ใช้งานง่าย ท่านที่ไม่เคยมีเว็บ หรือกำลังคิดจะมีเว็บ เริ่มต้นกับที่นี่ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนครับ.