1 กุมภาพันธ์ 2555
ผมจะขาย eBook ของอเมซอนอย่างไร
16 มกราคม 2555
แกะรอยผู้คนออนไลน์ email บอกอะไรได้มากกว่าที่คิด
เรื่องนี้พิสูจน์ว่าข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตซื้อขายกันได้จริงๆ และทำกันเป็นล่ำเป็นสันมาระยะหนึ่งแล้ว สำหรับลูกค้าใจร้อน ต้องการพนักงานมาทำงานด่วน ผมว่าดีกว่าประกาศรับสมัครงานแล้วรอให้คนโทรมาหา เพราะเราแทบจะคาดหวังอะไรจากคนเหล่านั้นไม่ได้เลย
ส่วนใบสมัครงานจากเว็บของผู้สมัครงาน เราจะได้ข้อมูลค่อนข้างครบถ้วน ทั้งอายุ เพศ การศึกษา ความสามารถต่างๆ เราสามารถเลือกให้ตรงใจ โทรไปคุย แล้วนัดมาสัมภาษณ์ น่าจะดีกว่า เร็วกว่าการตั้งรับ รอให้ผู้สมัครติดต่อเข้ามาเอง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่
ความจริงท่านสามารถเก็บข้อมูลออนไลน์ในเรื่องต่างๆได้เช่นกัน โดยสร้างแบบฟอร์มที่ กูเกิ้ลเอกสาร https://docs.google.com จากนั้นก็ส่งลิงค์ไปให้กลุ่มเป้าหมายของท่านกรอกข้อมูล อาจจะมีการให้รางวัลเป็นของขวัญเล็กๆน้อยๆ เป็นค่าเสียเวลา หากข้อมูลต่างๆเหล่านี้มีประโยชน์จริง มันจะมีมูลค่าทางธุรกิจอย่างแน่นอน
ในใบสมัครงาน หรือ Resume จะทำให้เราทราบสิ่งต่างๆหลายเรื่อง เช่น ความสามารถในการใช้ภาษา ความเรียบร้อย ความละเอียดรอบคอบของผู้สมัครงาน เป็นต้น ผมพบว่ากว่าร้อยละ 90 ใบสมัครงานยังไม่เรียบร้อย สะกดคำผิด เขียนไม่ครบ หรือไม่มีรูปถ่ายประจำตัว
ในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่มีใครสมบูรณ์พร้อม และเราเองก็มีทางเลือกไม่มากนัก หากต้องการข้อมูลของใครมากขึ้นเป็นพิเศษ ผมก็คงต้องสืบค้นด้วยตนเอง เพียงเรามีข้อมูลบางส่วน เช่น email ชื่อนามสกุล หรือเบอร์โทรศัพท์ ก็ทำได้แล้ว
แหล่งข้อมูลแรกคือ Facebook.com ท่านลองใส่ email ของคนที่ท่านต้องการทำความรู้จักลงไปในช่องค้นหาสิครับ ถ้าเป็นคนรุ่นใหม่มักจะมีบัญชีเฟสบุ๊คเป็นของตนเองทั้งนั้น เราจะได้เห็นหน้าค่าตาเขาในหลายๆอิริยาบถ เนื้อหาของสิ่งที่เขาโพสต์บนกระดาก็บ่งบอกว่า เขาเป็นคนนิสัยใจคออย่างไร เป็นข้อมูลส่วนตัวอย่างไม่เป็นทางการเหมือนใบสมัครงาน
หากต้องการข้อมูลของเขามากยิ่งขึ้นท่านอาจจะใช้บริการค้นหาที่ google.com ใส่ชื่อหรือ email ของเขาลงในช่องค้นหา ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวเขาจะพรั่งพรูออกมาเลยทีเดียว เป็นต้นว่า มีเว็บหรือบล็อกเป็นของตัวเองหรือเปล่า เคยไปแสดงความเห็นหรือประกาศขายสินค้าที่เว็บแห่งไหน ข้อมูลเหล่านี้ทำให้ท่านใช้ประกอบการตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น
ทำนองเดียวกันหากท่านมีข้อมูลบางส่วนของลูกค้าหรือผู้มุ่งหวัง ท่านก็สามารถทำความรู้จักเขาให้มากยิ่งขึ้น ด้วยวิธีการที่ผมกล่าวไปแล้ว email ของแต่ละคนจึงบอกสิ่งต่างๆได้มากมายเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการถึง หากเรารู้จักใช้ประโยชน์จากมัน
ที่กูเกิ้ลนอกจากค้นหาเว็บแล้ว เรายังค้นหาเรื่องอื่นๆได้อีกหลายเรื่อง เช่น ค้นหารูปที่เกี่ยวข้องกับตัวเขา ค้นหาบล็อกที่เขาเขียนหรือไปแสดงความคิดเห็น ค้นหาสถานที่ที่เขาอยู่หรือเคยผ่าน เขาเคยไปตั้งคำถามหรือตอบคำถามที่กูเกิ้ลกูรูหรือไม่ หรืออัพโหลดวีดีโออะไรที่ยูทูป
ตอนที่ผมค้นหาใบสมัครงานผมพบน้องผู้ชายคนหนึ่ง อายุยังน้อย เพิ่งเรียนจบมัธยมจากโรงเรียนชื่อดัง น่าสนใจมาก ผมคิดว่าเขาอาจจะเป็นคนที่ขาดโอกาส ทางบ้านฐานะไม่ดีต้องออกมาทำงานช่วยเหลือครอบครัว แต่เมื่อเข้าไปค้นที่เฟสบุ๊คของน้องเขาดูพบรูปประจำตัวมีรอยสักเต็มแผ่นหลัง ท่าทางหมอนี่จะเกเรไม่เบา จึงระงับความคิดที่จะเรียกเขามาสัมภาษณ์
ทำธุรกิจง่าย เร็ว ฟรี กับกูเกิ้ล พลัส
18 พฤศจิกายน 2554
โมบายเว็บค่ายกูเกิ้ล ใช้ทำธุรกิจฟรี
17 ตุลาคม 2554
เว็บเฉพาะกิจ
6 ตุลาคม 2554
ธุรกิจในช่วงวิกฤติ
25 สิงหาคม 2554
ทำเว็บธุรกิจให้เป็นเว็บ 2.0

สารานุกรมเสรี “วิกิพีเดีย” อธิบายว่า “เว็บไซต์ที่ออกแบบโดยใช้หลักการของเว็บ 2.0 ทำให้กลุ่มผู้ใช้งานสามารถปฏิสัมพันธ์และร่วมมือกันในลักษณะของสื่อสังคมออนไลน์ โดยกลุ่มผู้ใช้งานเป็นผู้สร้างเนื้อหาขึ้นเอง ต่างจาก เว็บ 1.0 ที่กลุ่มผู้ใช้ถูกจำกัดบทบาทโดยทำได้แค่เพียงการเยี่ยมชม หรือดูเนื้อหาที่ผู้ใช้สนใจ...”
ตัวอย่างเว็บที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งหลายล้วนดำเนินการตามแนวทางนี้ เช่น เว็บวิกิพีเดีย www.wikipedia.org ที่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปช่วยกันเขียนสารานุกรมออนไลน์ขึ้นมา บล็อกต่างๆที่ให้ผู้เข้าชมแสดงความเห็นกับเนื้อหาของบล็อกได้ หรือเฟสบุ๊คที่เปิดโอกาสให้ทุกคนแบ่งปันเรื่องราว รูปถ่ายและคลิปวีดีโอ ให้แก่กันและกัน เป็นต้น
เมื่อเร็วๆนี้มีรายงานว่าผู้ใช้เฟสบุ๊คประเทศไทยขยับขึ้นไปอยู่ที่ 10 ล้านคนแล้ว เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ 2-3 เดือนมานี้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละเกือบแสนคน แสดงให้เห็นว่า เฟสบุ๊คเริ่มมีอิทธิพลกับชีวิตคนไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้วัยรุ่นและวัยทำงาน อาจจะคุยกันผ่านช่องทางนี้มากกว่าคุยกันจริงๆเสียอีก
สำหรับผม เพื่อนสมัยประถม มัธยม ที่จากกันไป ไม่ได้เจอกันนาน ถูกเฟสบุ๊คขุดค้นมาให้เจอ เกือบจะหมดแล้ว มันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นดีอยู่เหมือนกันที่ได้รับรู้ข่าวคราวของเพื่อนเก่า ว่าใครทำอะไร เป็นอย่างไร อยู่ที่ไหน บ้างก็อยู่ต่างจังหวัด บ้างก็อยู่ต่างประเทศ ปะเหมาะเจอกันจังๆที่เฟสบุ๊คก็แชตกันสดๆเป็นชั่วโมงให้หายคิดถึง
ปัจจัยที่ทำให้เครือข่ายสังคมออนไลน์แห่งนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากช่องทางการเข้าสู่อินเตอร์เน็ตมีเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตยี่ห้อต่างๆ ขนาดจอดรถติดไฟแดงยังคุยกันผ่านทวิตเตอร์และเฟสบุ๊คได้ อะไรจะขนาดนั้น ไปไหนมาไหนเห็นเด็กวัยรุ่นจ้องโทรศัพท์มือถือจิ้มนิ้วกันวุ่นวาย
จากผลการวิจัยพบว่าเรื่องต่างๆที่เพื่อนแนะนำให้เพื่อน มีโอกาสสูงที่จะได้รับการตอบรับมากกว่าปฏิเสธ จึงไม่น่าแปลกใจที่เว็บทั้งหลายต่างก็เพิ่มปุ่ม “แบ่งปัน” ให้เพื่อนทั้งบนเฟสบุ๊คและทวิตเตอร์ สินค้าและบริการต่างๆเริ่มตบเท้าเข้ามาใช้บริการโฆษณาบนเฟสบุ๊ค จนค่าโฆษณาที่เว็บแห่งนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ลองมาดูตัวอย่างของเว็บชั้นนำในประเทศไทยที่ใช้ประโยชน์ของเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างทวิตเตอร์และเฟสบุ๊ค เว็บหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ www.bangkokbiznews.com สื่อแห่งนี้ส่งเสริมให้นักข่าวใช้ทวิตเตอร์รายงานข่าว จากนั้นก็นำมารีทวิตบนหน้าเว็บให้คนทั่วไปอ่าน นับว่าเป็นการรายงานข่าวอย่างฉับไวทันใจยิ่ง
เว็บหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ www.posttoday.com มีส่วนหนึ่งเป็นเรื่องการรายงานสภาพการจราจรในกรุงเทพ ให้คนทั่วไปแชร์ต่อทางเฟสบุ๊คหรือทวิตเตอร์ได้ เว็บทั้งสองแห่งข้างต้นยังมีการทำแบบสอบถามหรือโพลล์ให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ แล้วคลิกดูผลโพลล์ได้ทันที
สำหรับเว็บมติชน www.matichon.co.th มีการนำเวทีแสดงความคิดเห็นหัวข้อต่างๆ มาไว้ที่หน้าแรก หลายความคิดเห็นสร้างสรรค์ น่าสนใจมากทีเดียว ผู้อ่านมีส่วนร่วม และเนื้อหาเว็บก็เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เป็นวิธีการเดียวกับเว็บที่มีผู้เข้าชมเป็นหลักแสนอย่าง www.sanook.com และ www.mthai.com ทำงานอยู่
ลองเข้ามาดูเว็บที่ต้องอัพเดทข้อมูลข่าวสารแบบชั่วโมงต่อชั่วโมงอย่างเว็บราคายาง http://rakayang.net นอกจากเจ้าของเว็บจะนำข่าวสารต่างๆที่เกี่ยวข้องกับยางพาราขึ้นที่หน้าแรกแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมเว็บแชตกันสดๆ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร คนที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่สนใจเรื่องดังกล่าวก็ได้อ่านกันเพลินๆ
วิธีการเชตกันสดๆมีหลายธุรกิจ เช่น อีเบย์และทรูนำไปใช้ในลักษณะคล้ายๆ
ถ้าต้องการให้ดูเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้นอาจใช้บริการที่ www.thailivechat.com มีทั้งแบบให้ใช้บริการฟรี และเสียเงินเดือนละ 400 บาท แน่นอนว่าอย่างหลังก็จะทำงานได้มากกว่า โปรแกรมนี้เป็นเจ้าของเดียวกับสถาบัน Netdesign
ปกติองค์กร บริษัท ห้างร้าน นอกจากจะมีเว็บของตนเองแล้วยังมีเฟสบุ๊คเพื่อสื่อสารอย่าง
ฉับไว และไม่เป็นทางการอีกด้วย ท่านสามารถเชื่อมเว็บองค์กรและเฟสบุ๊คเข้าด้วยกัน โดยเข้าไปที่ http://th-th.facebook.com/badges ลงทะเบียนเฟสบุ๊คแล้วนำ แล้วเลือกโค้ตจากที่นี่ไปติดที่เว็บหรือบล็อกของตนเอง
เมื่อท่านเขียนสิ่งต่างๆบนเฟสบุ๊ค สิ่งเหล่านั้นมันก็จะไปโชว์ที่เว็บของท่านด้วย ทำให้เว็บของท่านมีความเคลื่อนไหว ไม่น่าเบื่อและเป็นช่องทางให้ลูกค้าของท่านติดต่อท่านได้อีกทางหนึ่ง มีคำถาม ข้อสงสัย หรือสนใจเรื่องใดก็โพสต์ไว้ที่เฟสบุ๊คของท่านได้เลย
การทำให้เว็บไซต์ขององค์กรบริษัทของท่านปรับเปลี่ยนเป็นเว็บ 2.0 ด้วยการเพิ่มส่วนต่างๆให้ผู้เข้าชมเว็บได้มีส่วนร่วม อาทิ แชตคุยกันได้ หรือแสดงความเห็นบนเนื้อหา หรือกด Like ผ่านเฟสบุ๊คได้ ทำให้เว็บไม่จืดชืด ตื่นตาตื่นใจ และผู้เข้าชมเว็บรู้สึกผูกพัน อยากเข้ามาเชี่ยมชมเว็บในครั้งต่อไปอีกเรื่อยๆ
แล้ว(คง)ไม่นานผู้เข้าชมเว็บเหล่านี้ ก็จะกลายเป็นลูกค้าที่จงรักภักดีต่อท่านในท้ายที่สุด.





