20 กันยายน 2553

อีเบย์ขายเองมั่งคั่ง ช่วยคนอื่นขายก็ร่ำรวย

ไม่ว่าธุรกิจของท่านจะมีสินค้าเพียงชิ้นเดียวหรือหลายชิ้น ท่านก็สามารถโกอินเตอร์ได้ง่ายๆด้วยการค้าขายกับอีเบย์ www.ebay.com ตลาดนัดออนไลน์ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้มีผู้เข้าชมนับล้านรายต่อวัน มีผู้ซื้อและผู้ขายทั้งหมด 100 ล้านคน มีเว็บไซต์ย่อย 30 ภาษาทั่วโลก
ในยุคที่โทรศัพท์มือถือแทบจะทำได้ทุกสิ่ง สถิติปี 2552 ที่ผ่านมาระบุข้อมูลที่น่าสนใจว่า การซื้อขายสินค้าบนอีเบย์ผ่านโทรศัพท์มือถือมีมูลค่ามากกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว16,750 ล้านบาท) มีการขายสินค้า 1 ชิ้น ในทุกๆ 2 วินาทีบนอีเบย์ผ่านโทรศัพท์มือถือทั่วโลก

สำหรับประเทศไทย สินค้าขายดีอันดับ 1 ได้แก่ อัญมณีที่ยังไม่ขึ้นรูป โดยขายได้ 2,880ชิ้นต่อวันเลยทีเดียว รองลงมาได้แก่ เครื่องประดับแฟชั่น เสื้อผ้าผู้ชาย ผู้หญิง อุปกรณ์และอะไหล่ยนต์ ของใช้ผู้ชาย และนาฬิกาข้อมือ

ตัวอย่างพ่อค้าอีเบย์ที่ประสบความสำเร็จ คุณพลพจน์ เธียรประดิษฐ์ เริ่มต้นขายอีเบย์ในปี2003 ด้วยการเปิดตัวธุรกิจอัญมณีเล็กๆในครอบครัวสู่ตลาดโลก เมื่อปี 2009 มียอดขาย 1.3ล้านเหรียญสหรัฐ ได้รับรางวัล eBay’s Outstanding Sales Award

จะเห็นว่าการค้ากับอีเบย์ในประเทศไทยคึกคักขึ้นเรื่อยๆ และทางอีเบย์ก็มีระบบสนับสนุนผู้ขายในหลายเรื่อง ดังที่ผมจะเล่าให้ท่านทราบดังต่อไปนี้


ค้าขายกับอีเบย์

เพื่อนของผมเริ่มทำธุรกิจกับอีเบย์ในยุคแรกๆ เขาเล่าว่าขายดีมาก เพราะคู่แข่งยังไม่เยอะ แต่ระยะหลังมีหนังสือเกี่ยวกับอีกเบย์ออกมามาก(เขาว่ามักเขียนโดยคนทำอีเบย์ที่ไม่สำเร็จ) ทำให้มีผู้ขายเยอะขึ้น ชอบขายของลอกเลียนแบบ และตัดราคา ส่งผลให้ธุรกิจของเขาซบเซาไป

เรื่องที่เพื่อนเล่าผมเห็นด้วยบางประเด็นที่ว่า คนค้าขายกับอีเบย์สำเร็จน่าจะยุ่งกับธุรกิจของตน จนไม่มีเวลาถ่ายถอดเรื่องราวของตัวเองเป็นตัวหนังสือ อีกทั้งเคล็ดลับการค้าต่างๆของตน หากเปิดเผยไปจนหมด วันหนึ่งผู้อื่นก็จะกลายมาเป็นคู่แข่งกับเราได้ หนังสือเหล่านั้นจึงอ่านได้เพื่อศึกษาข้อมูลทั่วไป ไม่น่าจะให้ข้อมูลในเชิงลึก

แต่ถ้าท่านต้องการข้อมูลขั้นสุดยอดจริงๆแล้ว แหล่งความรู้จากอีเบย์โดยตรงน่าจะเป็นประโยชน์กว่า เพราะอีเบย์มีรายได้จากค่าธรรมเนียมการค้า ยิ่งเขาส่งเสริมให้เราขายของได้มาก ทางอีเบย์ก็จะได้เงินมากตามไปด้วย

http://export.ebay.co.th เป็นเว็บที่จัดทำขึ้นโดยอีเบย์ประเทศไทย ที่นี่มีความรู้เรื่องการทำอีเบย์ ค่อนข้างสมบูรณ์ครบถ้วน ทั้งเนื้อหาที่เป็นตัวหนังสือ คลิบวีดีโอ หลายบทหลายตอน สอนละเอียดตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั้งเป็นมืออาชีพ

ชมวีดีโอสอนการขายของที่อีเบย์ได้ที่ http://export.ebay.co.th/beginners_guide

เว็บบอร์ดสอบถามปัญหาเรื่องการทำธุรกิจอีเบย์ http://community.ebay.co.th

แม้กระทั่งแบบฟอร์มจดหมายภาษาอังกฤษที่ใช้ติดต่อกับลูกค้าในเรื่องต่างๆ เช่น แจ้งเตือนให้ชำระเงิน ตอบคำถามเรื่องของส่วนลด แจ้งผู้ซื้อเรื่องส่งสินค้าล่าช้า(จากสภาพอากาศ) ฯลฯ ทำให้นักธุรกิจอีเบย์ที่เขียนหนังสือไม่เก่ง หรือภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงก็หมดกังวลไปได้เยอะ

สำหรับผู้เริ่มต้น ที่นี่มีหลักสูตร OnRamp สำหรับนักขายของอีเบย์เป็นบริการให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์ซึ่งให้บริการโดยผู้เชี่ยวชาญบุคคลภายนอก เพื่อให้ท่านประสบความสำเร็จในการขายสินค้าบนอีเบย์ สมัครฟรีได้ที่ http://education.ebay.co.th/otherresources/OnRamp/onramp.html

รายได้อื่นจากอีเบย์

นอกจากขายสินค้าของตนเองแล้ว อีเบย์ยังมีช่องทางอื่นในการหารายได้ เช่น จากการชวนผู้อื่นให้มาสมัครค้าขายที่อีเบย์ หรือ Online Affiliates Program เหมาะกับเว็บมาสเตอร์หรือผู้ที่มีเว็บไซต์ของตนเอง โดยท่านจะได้รับส่วนแบ่งสูงสุด 75% ของค่าธรรมเนียมปีแรกที่อีเบย์เก็บกับลูกค้า

เมื่อท่านค้าขายที่อีเบย์จนชำนาญแล้วท่านสามารถสมัครผู้สอนการขายของบนอีเบย์ โดยมีเวลาการทำงานที่ยืดหยุ่น คือสามารถเลือกสอนแบบเต็มเวลาหรือบางเวลาได้ โดยผู้สอนขายต้องมีคุณสมบัติคือคุ้นเคยกับการขายสินค้าที่ อังกฤษ ออสเตรเลีย อเมริกา และต้องมีทักษะในการสื่อสาร

ท่านสามารถมีรายได้จากการช่วยผู้อื่นขายสินค้าได้อีกด้วย โดยสมัครเป็น ebay Trading Assistant ที่ http://export.ebay.co.th/tradingassistant/index.html ท่านจะได้รับค่าตอบแทนจากสินค้าที่ท่านช่วยขาย และยังมีสิทธิ์ได้รับเพิ่มอีก 300 เหรียญสหรัฐจากอีเบย์อีกต่างหาก

สรุป

อีเบย์เป็นตัวจริงเรื่องค้าขายผ่านอินเตอร์เน็ต(e-commerce) สร้างผู้ประกอบการรายย่อย(SMEs)ให้เกิดขึ้นทั่วโลก มีระบบช่วยเหลือทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ระบบรักษาความปลอดภัย ให้ใช้บริการได้อย่างวางใจ แล้วยังมีช่องทางให้ท่านสร้างรายได้อีกหลายวิธี

ถ้าท่านต้องการเริ่มต้นธุรกิจส่วนที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูง ไม่จำกัดเรื่องทำเลและเวลา เริ่มต้นกับอีเบย์ แล้วท่านจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน.

2 กันยายน 2553

ธุรกิจจัดหางานไซเบอร์

เคยคุยกับเว็บมาสเตอร์ท่านหนึ่งเขาบอกว่าอยากทำเว็บไซต์หางาน เพราะว่าเป็นเว็บที่บริหารจัดการน้อยมาก เมื่อสร้างเว็บเสร็จแล้วคนหางานก็จะมาเขียนประวัติการทำงานของตนเอง ส่วนเจ้าของบริษัทที่ต้องการแรงงานก็มากรอกข้อมูลในตำแหน่งที่ต้องการรับสมัคร เรียกว่ามีผู้ใช้บริการช่วยกันสร้างเนื้อหาของเว็บไซต์ให้อัพเดทตลอดเวลา เจ้าของเว็บก็สบายแฮเท่านั้น

จากข้อมูลแรงงานของกระทรวงแรงงาน ปี 2553 พบว่า มีนักเรียนจบใหม่ประมาณ 1.9 ล้านคน เข้าสู่ตลาดแรงงาน 5.1 แสนคน จำนวนผู้มีงานทำทั้งหมด 38.1 ล้านคน ว่างงาน 4.6 แสนคน คนไทยเดินทางไปทำงานต่างประเทศ 10,476 คน คนต่างด้าวเข้าทำงาน 9,578 คน ความต้องการแรงงาน(ตำแหน่งงานว่าง) 164,767 อัตรา เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 34%

ข้อมูลข้างต้นแสดงให้เห็นว่ากลุ่มเป้าหมายของเว็บหางานยังมีปริมาณมากมายมหาศาล

เจ้าของกิจการหาแรงงานฟรี

อาจารย์ที่รู้จักกันท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า เดี๋ยวนี้บรรดาธนาคารมีวิธีการคัดเลือกพนักงานที่เข้มงวดมาก ผู้ที่จบการศึกษาใหม่ๆเข้ามาทำงานได้ 3 เดือนก็ถูกให้ออก โดยสะกิดคนที่ขยันขันแข็ง ทำงานดี บอกให้อีก 2-3 เดือนกลับมาสมัครใหม่อีกครั้ง ระหว่างนี้ให้ไปศึกษาภาษาต่างประเทศเพิ่มเติม บริษัทจึงประหยัดเงินค่าฝึกอบรมพนักงาน และได้คนทำงานชั้นหัวกะทิ

ขณะเดียวกันแรงงานในระดับล่างๆเช่นพนักงานร้านอาหาร แม่บ้าน พนักงานยกของ กลับพบว่าเป็นแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก ทั้งพม่าและลาว ผู้ประกอบการบอกในทำนองเดียวกันว่าแรงงานเหล่านี้ใช้งานง่าย ไม่เรื่องมาก ขยันและได้ประสิทธิภาพงานมากกว่าคนไทยทำด้วยซ้ำ

สำหรับเจ้าของกิจการ จึงรู้สึกว่าแรงงานบางภาคส่วนหายากเอามากๆ ขณะที่ลูกจ้างก็รู้สึกว่าหางานที่ตรงใจยากเหลือเกิน สถานที่ซึ่งนำคนสองกลุ่มนี้มาพบกันคือตลาดนัดแรงงานที่จัดบ่อยๆแทบทุกเดือน และเว็บไซต์สมัครงานซึ่งปัจจุบันก็มีจำนวนไม่น้อย

เมื่อสำรวจไปที่เว็บหางานต่างๆพบว่าเว็บที่ให้เจ้าของกิจการลงประกาศรับสมัครงานฟรี มีอยู่ตามหน้ากระดานซื้อขายหรือคลาสซิฟายด์ หมวดงาน เช่น www.pantipmarket.com/job , http://classified.sanook.com/งาน , www.searchjobthai.com ท่านต้องการพนักงานตำแหน่งใด กี่อัตรา คุณสมบัติเป็นอย่างไร เงินเดือนเท่าไหร่ เขียนลงไปได้ พร้อมเบอร์ติดต่อกลับ

ไม่นานท่านก็จะได้รับโทรศัพท์จากลูกจ้างที่ต้องการทำงานในตำแหน่งนี้

ค้นหาผู้สมัครงานสำหรับงานด่วน

งานในตำแหน่งที่ต้องการอย่างเร่งด่วน เพราะถ้าไม่ทันการอาจเกิดความเสียหายต่อธุรกิจได้ เจ้าของกิจการอาจใช้บริการค้นหาประวัติผู้สมัครงาน ที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการ บริการที่ว่านี้มีค่าบริการ เช่น ที่เว็บ http://job.tarad.com มีค่าบริการเริ่มต้นที่ 1,069 บาท ใช้งานได้ 1 เดือน ค้นหาใบสมัครได้ไม่จำกัดจำนวนและไม่จำกัดสาขา

ที่เว็บ www.jobbkk.com บริการเริ่มต้นที่ 963 บาท ค้นหาใบสมัครลูกจ้างได้ 300 ราย ประกาศรับสมัครงานได้ 1 ตำแหน่ง ในระยะเวลา 15 วัน หากต้องการประกาศงานไม่จำกัดตำแหน่ง ค้นหาใบสมัครได้ไม่จำกัดจำนวน เริ่มต้นที่ 3,103 บาท ใช้งานได้ 2 เดือน

นอกจากนี้ยังมี www.jobpub.com , www.jobthai.com , www.jobth.com เว็บไซต์หางานอันดับต้นๆ ที่ท่านจะหาใบสมัครงานได้ โดยมีอัตราค่าบริการไม่แตกต่างกันเท่าไร ท่านสามารถทดลองหาใบสมัครงานที่มีคุณสมบัติตามที่ต้องการดูก่อนได้ หากมีจำนวนมากพอจึงค่อยชำระเงินใช้บริการที่เว็บแห่งนั้น

เว็บสมัครงานบางแห่งโดดเด่นและแตกต่างด้วยการเพิ่มเมนูหางานในต่างประเทศ เช่นเว็บ www.jobstreet.com มีตำแหน่งงาน ในประเทศ จีน ฮ่องกง อินเดีย มาเลเซีย ฟิลลิปปินส์ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เวียดนาม ออสเตรเลีย และยุโรป ที่ www.jobtopgun.com มีตำแหน่งงานในประเทศเพื่อนบ้านคล้ายๆกันแต่เพิ่มประเทศกัมพูชา และมัลดีฟ

อาชีพรับจ้างหางาน

เพราะบุคคลากรที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจ บริษัทใหญ่ๆจึงมีฝ่ายบุคคลเพื่อคัดสรรและพัฒนาบุคคลากร ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบุคคลบางแห่งมีเงินเดือนเรือนแสน เพราะต้องทำงานสำคัญเหล่านี้ งานระดับบริหารที่ต้องการคนเก่ง หรือมีคุณสมบัติบางอย่างเฉพาะเจาะจงถึงกับมีการจ้างบริษัทเพื่อจัดหากันเลยทีเดียว

งาน สำหรับบางคน มีความหมายต่อเขามาก เพราะมันหมายถึงอนาคต ความก้าวหน้า รายได้ วิถีชีวิต และความสุข บางคนถึงยอม จ่าย เพื่อให้ได้งานที่ตนเองต้องการ ที่เว็บ www.jobprize.com คนหางานสามารถไปลงทะเบียนเพื่อเขียนถึงคุณสมบัติและความสามารถของตนเองไว้ พร้อมระบุงานที่ต้องการ แล้วตั้งรางวัลว่าใครหางานให้ได้ จะยอมจ่ายเท่าไหร่

บางรายยอมจ่าย 1,000 เหรียญดอลล่าห์สหรัฐ หรือบางรายยอมจ่ายถึง 3 ใน 4 ของเงินเดือนเดือนแรกให้กับผู้ที่หางานให้ได้ จากนั้นจะมี นักล่ารางวัล หรือ Prize Hunter เข้ามาดู หากพอใจเงินรางวัลที่ตั้ง และสามารถหางานนั้นให้ผู้สมัครงานได้ เขาก็สามารถติดต่อกับผู้สมัครงาน เพื่อดำเนินการได้ทันที

ท่านสามารถสมัครเป็น Prize Hunter ได้ฟรี แล้วเริ่มหางานให้กับผู้สมัครงานได้ หรือถ้าท่านมีความรู้เรื่องการทำเว็บไซต์อยู่บ้างจะลองทำเว็บสมัครงานตามไอเดียของเว็บต่างๆที่ผมแนะนำไปแล้วข้างตน เพียงเท่านี้ท่านก็จะมีรายได้จากการหางานให้ผู้อื่นทำ

ธุรกิจนี้ได้ช่วยเหลือคนให้มีอาชีพแล้วยังได้ตังค์อีกด้วย ท่านจะไม่สนใจเชียวหรือ.

.........................................................................................................

17 สิงหาคม 2553

3 ช่องทางทรงพลัง ของผู้ร่วมค้าขายกับอเมซอน

หลายฉบับก่อนหน้านี้ผมเคยเล่าเรื่อง Amazon.com ร้านค้าออนไลน์ใหญ่ระดับโลก ขายสินค้าตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ไม่เพียงเท่านั้นยังเปิดโอกาสให้คนทั่วไปสมัครเป็นผู้ร่วมค้าในลักษณะ Amazon Associates สามารถเลือกสินค้าตัวไหนก็ได้ไปจำหน่าย สร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับคนทั่วไป

เมื่อสมัครเป็นผู้ร่วมค้ากับอเมซอน แล้วเลือกสินค้ามาขาย ผู้ที่ต้องการผลลัพท์อย่างรวดเร็วจะเลือกวิธีการลงโฆษณาแบบเสียเงิน Pay Per Click (PPC) อาทิ โฆษณากับ www.Google.com/adwords , www.Yahoo.com , https://adcenter.microsoft.com

แต่เมื่อเร็วๆนี้ อเมซอนออกกฎ ห้ามใช้การโฆษณาแบบ PPC ส่งลูกค้าเข้าไปที่เว็บอเมซอนโดยตรง หลายคนจึงต้องเลี่ยงไปใช้วิธีการอื่นเช่นสร้างเว็บหรือบล็อกเพื่อแปะสินค้าอเมซอน ก่อนที่จะนำไปโฆษณา

สำหรับผู้ที่ทุนน้อย หรือผู้ที่ขาดทุนจากการโฆษณา ก็หันกลับมาใช้วิธีการปรับแต่งเว็บให้ติดอันดับการค้นหาของเว็บเซิร์ทเอ็นจิ้น เช่น กูเกิ้ล ลูกค้าค้นคำที่ต้องการหาข้อมูล หากพบเราอยู่หน้า1-2 โอกาสที่เว็บของเราจะขายสินค้าได้ก็จะมีมากยิ่งขึ้น

ทว่าวิธีการดังกล่าวอาจต้องใช้เวลานาน หรือบางครั้งอาจต้องใช้ความพยายามมาก วันนี้ผมจะเล่าถึงเทคนิกง่ายๆ แต่ได้ผล เป็นเทคนิคที่ผมได้รับการถ่ายทอดมาจากคนที่ทำตลาดสินค้าอเมซอนมาก่อน พบว่าเป็นช่องทางการขายสินค้าที่ทรงพลังและน่าสนใจอย่างยิ่ง

ทวิตเตอร์สินค้าที่น่าสนใจ

ช่วงนี้เป็นช่วงที่การสื่อสารกันด้วยข้อความสั้นๆผ่านทวิตเตอร์ www.twitter.com กำลังดังเปรี้ยงปร้าง เพราะทำได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านโทรศัพท์มือถือ ข้อความที่ส่งขึ้นเว็บให้ผู้ติดตามอ่านส่วนใหญ่เป็นเรื่องในชีวิตประจำวัน มีตั้งแต่ไปไหน ทำอะไร กินอะไร พบใครบ้าง คิดอะไรอยู่ นักวิเคราะห์กล่าวว่ามักเป็นเรื่อง ไร้สาระเสียเป็นส่วนใหญ่

แต่อเมซอนไม่คิดเช่นนั้นแน่ เพราะกระแสของทวิตเตอร์มันแรงจริงๆ คนดังๆนักแสดง นักการเมือง คนทำงาน นักเรียน ใช้กันทั่วบ้านทั่วเมือง คนที่น่าสนใจจะมีผู้ติดตามเรื่องราวของเขาเป็นจำนวนมาก คนเหล่านี้มีอิทธิพลกับความคิดและพฤติกรรมของผู้ติดตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อเมซอนจึงเพิ่มเมนูให้ผู้ร่วมค้าสามารถส่งเรื่องสินค้าเข้าสู่ทวิตเตอร์ได้ และเมื่อมีใครคลิกลิงค์เข้าไปสู่เว็บของอเมซอน แล้วเกิดการซื้อขายสินค้าขึ้น เจ้าของทวิตเตอร์บัญชีนั้น(หรือผู้ร่วมค้าของอเมซอน)ก็จะได้รับเงินเป็นค่าคอมมิชชั่น

หากคุณมีบัญชีทวิตเตอร์ ที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมากแล้ว ลองไปเปิดบัญชีเป็นผู้ร่วมค้ากับอเมซอน เชื่อว่านี่คือช่องทางหารายได้อันใหม่ที่น่าสนใจทีเดียว

สมัครเปิดบัญชีเป็นผู้ร่วมค้ากับอเมซอนได้ที่ https://affiliate-program.amazon.com

ดูคลิปวีดีโอสินค้าที่ยูทูบ

สินค้าที่อเมซอนหลายๆชิ้นจะมีภาพเคลื่อนไหวในลักษณะคลิบวีดีโอ เพื่อจะได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าได้น่าสนใจยิ่งขึ้น ท่านสามารถดาวน์โหลดคลิปเหล่านี้ลงเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน ก่อนที่จะนำไปอัพโหลดขึ้น www.youtube.com

ยูทูบ เป็นเว็บสำหรับอัพโหลดคลิบวีดีโอฟรีเพื่อแบ่งปันให้คนทั่วไปดู และมีคนเข้ามาดูจากทั่วโลก ผู้ชมพิมพ์เรื่องราวที่เขาสนใจในช่องค้นหา ก็จะปรากฎคลิบที่เกี่ยวข้องขึ้นมาให้ดู เมื่อท่านนำคลิบสินค้าของอเมซอนเข้าไปใส่ไว้ มันจะอธิบายสินค้าแทนท่าน ผู้ชมมีโอกาสสูงที่จะคลิกเข้ามาอ่านรายละเอียดตามชื่อเว็บที่ท่านใส่ไว้ที่ข้อมูลในคลิบ และลิงค์นั้นก็จะนำ ว่าที่ลูกค้า เข้าสู่เว็บสินค้าอเมซอนของท่าน

ในแต่ละวันมีผู้เข้าเว็บยูทูบนับล้านๆคนจากทั่วโลก คลิบวีดีโออธิบายสินค้าของอเมซอนจัดทำอย่างดีเป็นภาษาอังกฤษ ผู้ชมซึ่งมาจากทั่วโลกก็ใช้ภาษาอังกฤษ แม้ว่าเราจะภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง แต่เมื่อผู้ซื้อและผู้ขายมาเจอกันธุรกิจก็เกิดขึ้นได้

ท่านสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ คลิปวีดีโอนี้ http://tinyurl.com/3266f8z

ใช้ Squidoo.com สร้างเว็บแนะนำสินค้าของอเมซอน

www.squidoo.com เป็นเว็บสำเร็จรูปที่เปิดให้บริการฟรี (โดยเจ้าของเว็บมีรายได้จากค่าโฆษณาและเงินบริจาค) เว็บที่สร้างขึ้นที่นี่จะเรียกว่าเลนส์ ใช้งานง่าย แบ่งออกเป็นหลายหมวดหมู่ ทั้งท่องเที่ยว ทำอาหาร บ้านและตกแต่ง หนังสือ เพลง ภาพยนต์ ธุรกิจ สัตว์เลี้ยง ศิลปะ กีฬา เทคโนโลยี และงานอดิเรก

เว็บที่นี่พิเศษและเหมาะสำหรับการนำสินค้าของอเมซอนมาจำหน่ายด้วย 2 เหตุผลใหญ่ๆคือ หนึ่งเว็บ squidoo.com มีเมนูที่ดึงสินค้าจากอเมซอนมาแสดงผลที่นี่อย่างง่ายดาย และสองเว็บที่สร้างขึ้นที่นี่ติดอันดับการค้นหาที่กูเกิ้ลง่าย ถามว่าสำคัญยังไง คำตอบคือ โคตรสำคัญ เพราะมันช่วยให้เราประหยัดเงินในการโฆษณา และประหยัดแรงในการปรับแต่งเว็บให้ติดอันดับ

สมมติว่าเลนส์(Lens) หรือเว็บที่เราสร้างขึ้นชื่อ xyz เราจะมีชื่อเว็บง่ายๆ ว่า http://www.squidoo.com/xyz ถ้าเทียบกับ เอ-สโตร์(aStores) ที่สร้างจากอเมซอน http://astore.amazon.com/xyz อย่างแรกจำง่าย โปรโมทง่าย และติดอันดับการค้นหาได้ดีกว่า

เมื่อเว็บของเราปรากฎสู่สายตาผู้คนมาก โอกาสการขายก็ย่อมมีมากตามไปด้วย ศึกษาวิธีการใช้ Squidoo.com กับสินค้าอเมซอนได้ที่ http://tinyurl.com/2g5vpay

หวังว่า 3 ช่องทางฟรีๆและทรงพลังที่ผมเล่ามาทั้งหมดคงทำให้ท่านขายสินค้จากอเมซอนได้ง่ายยิ่งขึ้น แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้าครับ.

.........................................................................................................

9 สิงหาคม 2553

ทำการตลาดผ่านทวิตเตอร์

อีกหนึ่งเว็บยอดนิยมที่มักใช้บริการผ่านโทรศัพท์มือถือ ได้แก่ ทวิตเตอร์ www.twitter.com ทวิตเตอร์เป็นเว็บสังคมออนไลน์ที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือเขียนข้อความได้เพียง 140 ตัวอักษร สื่อสารได้รวดเร็ว ทันใจ เหมาะกับคนยุคปัจจุบันที่เร่งรีบ ไม่มีเวลา

สิ่งที่เขียนในทวิตเตอร์มักเป็นเรื่องของการส่งข่าวสารว่าตัวเองกำลังทำอะไร คิดอะไร อย่างไร อยู่ที่ไหน สิ่งที่เขียนจะปรากฎแก่สายตาเพื่อนๆที่ติดตาม(Followers)เราอยู่ ขณะเดียวกันเราก็สามารถติดตาม(Following)ผู้อื่นได้ตามความสนใจ

ทวิตเตอร์เป็นวิธีการส่งข้อความถึงคนหลักร้อยหลักพันไปจนกระทั่งเรือนหมื่นเพียงคลิกเดียว คล้ายกับการแชตกับผู้คนจำนวนมาก แต่ข้อความนั้นเก็บไว้อ่านได้นานกว่า การเขียนทวิตเตอร์ไม่ต้องเขียนข้อความมากๆเหมือนเขียนบล็อกหรือเว็บไซต์ คนอ่านก็ไม่เสียเวลามาก ถูกใจกันทุกฝ่ายจึงได้รับความนิยมแพร่หลายอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันมีผู้ใช้ทวิตเตอร์มากกว่า 80 ล้านบัญชีและมีการทวิต10 ล้านข้อความต่อเดือน (ข้อมูล เดือน มี.ค.2553) ถ้าไม่อยากตกเทรนด์ท่านน่าจะทวิตเตอร์ไว้ใช้นะครับ สมัครฟรี สำหรับมือใหม่ท่านสามารถศึกษาวิธีใช้ทวิตเตอร์ได้ที่ http://tinyurl.com/kpbdus

ทวิตเตอร์ไม่สามารถใส่รูปภาพหรือวีดีโอเหมือน Facebook ใส่ได้เพียงลิงค์ที่อยู่ของเว็บให้ติดตามไปดูกันต่อ หลายคนก็ใช้วิธีนี้โปรโมทเว็บของตนเอง จากสถิติพบว่าจะมีผู้ติดตามไปอ่านประมาณ 4% มากกว่าโฆษณาแบบรูปภาพ(Banner) ที่จะมีคนคลิก 0.4% เท่านั้น มันจึงเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่น่าสนใจอย่างยิ่งทีเดียว

ทวิตเตอร์เชิงธุรกิจ

เนื่องจากเป็นเครื่องมือสื่อสารแบบ 2 ทาง ให้ความรู้สึกเป็นมิตร มีตัวตน โต้ตอบกันได้ฉับพลันทันที ทั้งผู้อ่านและผู้เขียน ทวิตเตอร์จึงถูกใช้ในธุรกิจหลายๆเรื่องตั้งแต่การสร้างแบรนด์

เผยแพร่ข่าวสาร กิจกรรม เล่นเกม อัพเดทโปรโมชั่น เพื่อดึงคนเข้าสู่เว็บไซต์ของตนเอง

วิธีการที่องค์กรธุรกิจใช้ทวิตเตอร์ในเชิงการตลาดท่านลองศึกษาได้จากตัวอย่างทวิตเตอร์ต่างๆต่อไปนี้ (ข้อมูล เดือน ส.ค.2553)

ห้างเซ็นทรัล http://twitter.com/Centralnews มีผู้ติดตาม 21,350 คน

โรงหนังเมเจอร์ http://twitter.com/MajorGroup มีผู้ติดตาม 17,502คน

ดีแทค http://twitter.com/dtac_feelgoood มีผู้ติดตาม 14,016 คน

ธนาคารไทยพาณิชย์ http://twitter.com/scb_thailand มีผู้ติดตาม 11,095 คน

ร้านหนังสือนายอินทร์ http://twitter.com/naiin มีผู้ติดตาม 3,692 คน

ทวิตเตอร์ส่วนบุคคลบางครั้งก็ใช้ในเชิงธุรกิจได้ ถ้าคนนั้นเป็นเจ้าของกิจการหรือสินค้าตัวอย่าง เช่น สุทธิชัย หยุ่น http://twitter.com/suthichai มีผู้ติดตาม 85,159คน มักจะทวิตข่าวสารให้คนเข้าไปติดตามอ่านต่อที่เว็บเนชั่น หรือคมชัดลึก

กะละแมร์ http://twitter.com/kalamare มีผู้ติดตาม 64,121คน มักทวิตถึงหนังสือที่ตนเองเขียน โชคดีที่โสดเป็น ติดอันดับหนังสือขายดีที่ร้านหนังสือซีเอ็ด เว็บคนดังท่านอื่นๆได้แก่ ว.วชิรเมธี http://twitter.com/vajiramedhi มีผู้ติดตาม 79,991คน นักร้องป๊อด โมเดินด็อก http://twitter.com/modernpod มีผู้ติดตาม 22,149คน

สำหรับผู้ที่เริ่มเล่นเห็นตัวเลขผู้ติดตามเรือนหมื่นข้างต้นอย่าเพิ่งท้อใจไปครับ ขยันทวิตเตอร์ อัพเดทข้อมูล คุยกับผู้คน ไม่นานท่านก็จะมีผู้ติดตามเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

โฆษณาผ่านทวิตเตอร์

เมื่อทวิตเตอร์ของท่านมีผู้ติดตามมาก หมายถึงว่าท่านเป็นที่สนใจของคนเหล่านั้น เกิดเป็นเครือข่ายของผู้ที่สนใจในเรื่องเดียวกัน สิ่งที่เจ้าของบัญชีทวิตเตอร์เขียนมักมีอิทธิพลต่อความคิดของผู้คนในเครือข่าย มีคนตามไปดู ทวิตเตอร์จึงเป็นช่องทางที่นักการตลาดต้องการเข้ามาทำโฆษณา

ลองศึกษาการทำโฆษณาผ่านทวิตเตอร์ได้ที่ http://tinyurl.com/29xwklm

CHIRP(Twitter Advertising Platform) เป็นระบบโฆษณาบนทวิตเตอร์ สำหรับทุกคนที่มีทวิตเตอร์ ก็สามารถหาเงินจากทวิตเตอร์ของคุณได้ ส่วนผู้ลงโฆษณาก็สามารถเข้าถึงผู้คนจำนวนมากที่เป็นผู้ติดตามของบัญชีทวิตเตอร์ทั้งหลาย คล้ายกับ Adword/Adsense บนทวิตเตอร์

สมัครใช้งานฟรี ได้ที่ http://tinyurl.com/26bjrho

ถ้าบัญชีทวิตเตอร์ของท่านมีผู้ติดตามจำนวนมากท่านอาจได้รับผลตอบแทนทันทีที่สมัครมากสุดถึง 1,000 บาท ถ้ามีผู้ติดตามเกิน 10,000 คนหากน้อยกว่านั้นก็ลดหลั่นกันไป จากนั้นเลือกโฆษณาจากที่นี่ไปทวิตให้คนที่ติดตามท่านรับทราบ ท่านจะได้รับค่าตอบแทนจากการทวิตเมื่อผู้ติดตามคลิกโฆษณาตั้งแต่ 0.1 บาทต่อคลิกเป็นต้นไป

เนื่องจากท่านสามารถเลือกโฆษณาและเป็นผู้ทวิตข้อความด้วยตนเอง จึงไม่น่าจะเป็นการรบกวนผู้ติดตามท่าน ข้อความที่เป็นโฆษณาก็จะมีคำว่า Ad ต่อท้ายให้รู้ว่าเป็นโฆษณา และถ้ารายได้จากค่าคลิกโฆษณารวมกันครบ 1,500 บาท ท่านจะได้รับเงิน 3 วิธีตามที่ท่านสะดวกคือ เช็ค หรือธนาคารออนไลน์ Paypal และ Paysbuy

สำหรับท่านเจ้าของกิจการที่สนใจลงโฆษณา นี่คือช่องทางที่น่าสนใจและตรงกลุ่มเป้าหมาย เพราะท่านสามารถเลือกบัญชีทวิตเตอร์ที่จะลงโฆษณาได้เอง กำหนดงบประมาณได้เอง โดยเริ่มจากงบประมาณน้อยๆแค่ 100 กว่าบาทเท่านั้น

ระบบโฆษณาบนทวิตเตอร์เป็นของคุณ นายชาญวิทย์ จตุวีรพงษ์ อดีตโปรแกรมเมอร์ของตลาดหลักทรัพย์ที่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่แคนนาดา เจ้าของเว็บ www.thaiadpoint.com ซึ่งผมเคยแนะนำไปแล้วเมื่อหลายฉบับก่อนหน้านี้

เมื่อเปิดเน็ตเปิดคอมออนไลน์ครั้งใดก็ขอให้ได้เงินติดกระเป๋ากันทุกคนครับ

...............................................................................


23 กรกฎาคม 2553

ทำธุรกิจผ่านข้อความ SMS

ถึงแม้หลายๆท่านจะมีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คที่พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกสบาย แต่เชื่อว่าท่านคงไม่พกมันไปไหนมาไหนตลอดเวลาแน่ ผิดกับโทรศัทพ์มือถือที่แทบจะอยู่ไม่ห่างตัว ผมเชื่อว่าเดี๋ยวนี้แทบทุกคนมีโทรศัพท์มือถือคนละ 1 เครื่อง (หลายคนมีมากกว่า 1 เครื่อง) ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ คล้ายคอมพิวเตอร์เข้าไปทุกที มีระบบหน้าจอสัมผัส สามารถเชื่อมต่อเข้าสู่โลกอินเตอร์เน็ตเข้าเว็บยอดนิยมเช่น facebook หรือเช็คอีเมลล์ได้อย่างง่ายดาย
การทำตลาดผ่านช่องทางโทรศัพท์มือถือจึงน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ไม่นานมานี้กูเกิ้ลผู้ให้บริการโฆษณาออนไลน์รายใหญ่ก็เพิ่มช่องทางให้ผู้ใช้บริการสร้างโฆษณาที่ปรากฎบนโทรศัพท์มือถือ เมื่อเข้าเว็บต่างๆผ่านโทรศัพท์มือถือก็มีสิทธิ์พบโฆษณาจากกูเกิ้ลได้ ช่องทางการทำตลาดผ่านโทรศัพท์มือถือที่นิยมอีกอย่างหนึ่ง คือการส่งข้อความ SMS
ดังที่หลายๆท่านคงได้ข้อความเชิญชวนให้ใช้บริการต่างๆ เหล่านี้มากันบ้างแล้ว อาทิ ให้รับข่าวสาร ดูดวง ดาวน์โหลดเพลง หรือให้เข้าเว็บนั้นเว็บนี้
การส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และทราบผลตอบรับในเวลาไม่นาน ปัจจุบันมีหลายแห่งที่ให้บริการส่งข้อความผ่านเว็บ เพราะความสะดวกหลายประการ คือ พิมพ์ข้อความง่าย ค่าบริการถูก ตั้งเวลาส่งได้ และสามารถส่งข้อความได้ทีละมากๆ หลายๆแห่งมีให้ใช้บริการฟรี 10-50 ข้อความด้วย หากคิดคร่าวๆว่าค่าส่งSMS ข้อความละ 1 บาท เมื่อท่านอ่านคอลัมน์ฉบับนี้จบแล้วนำไปใช้ ท่านจะประหยัดเงินได้ร่วมร้อยบาทเลยทีเดียว

ส่งข้อความฟรี 50 ข้อความต่อเดือน

การส่งข้อความเข้ามือถือนอกจากนำเสนอสินค้าและบริการแล้ว ท่านอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่นเช่น นัดหมาย แจ้งเตือน ส่งข่าวสาร อัพเดทโปรโมชั่น อวยพรวันเกิดและวันสำคัญต่างๆ เพื่อเสดงให้กลุ่มเป้าหมายของเรารู้ว่าเราใส่ใจเขา สร้างความประทับใจ เพื่อผูกพันเป็นลูกค้าที่ยาวนานกันต่อไป
เมื่อสำรวจค่าบริการส่งข้อความของผู้ให้บริการโทรศัพท์ค่ายต่างๆพบว่า ประมาณ 0.5-3 บาทต่อข้อความ แต่เว็บของค่ายดีแทค www.dtac.co.th ใจป้ำกว่าเขาเพื่อน ให้บริการส่งข้อความหากันในเครือข่ายเดือนละ 50 ข้อความฟรี เบอร์โทรศัพท์นอกเครือข่ายคิดราคาตามแพจเกจที่คุณเลือก ลองเข้าไปลงทะเบียนใช้งานดูครับ

ท่านสามารถเช็คเบอร์โทรศัพท์ว่าเป็นของค่ายไหนฟรีได้ที่ www.checkber.com
เว็บที่ให้บริการส่งข้อความผ่านมือถือรายอื่นๆได้แก่ www.mailbit.co.th ให้ท่านทดลองส่งSMS 20 ข้อความฟรี ท่านต้องกรอกข้อมูลไปแล้วรอการติดต่อกลับทาง email เขาจะส่งรหัสผู้ใช้มาให้ทดลองส่งข้อความ พร้อมใบเสนอราคา ที่ราคาต่ำสุด 0.35 บาท ต่อข้อความ แต่ต้องซื้อเป็นจำนวน 1 ล้านข้อความ ถ้าท่านต้องส่งข้อความมากขนาดนั้น ใช้บริการของที่นี่ก็ถือว่าถูกมาก

อีกรายได้แก่ www.bkksms.com เมื่อท่านส่งข้อความไม่มากที่นี่ก็มีค่าบริการถูก เริ่มต้นที่ 500 บาท ส่งได้ 1,020 ข้อความ(0.49บาท/ข้อความ) ใช้งานได้ 6 เดือน 1,000 บาทได้ 2,127 ข้อความใช้งานได้ 1 ปี และ 2,500 บาท ได้ 5,555 ข้อความ ไม่มีวันหมดอายุ

ทำธุรกิจกับการส่ง SMS

สำหรับ www.thaibulksms.com ให้ผู้เริ่มต้นทดลองส่ง SMS ฟรี 10 ข้อความ ค่าบริการเริ่มต้นที่ 500 บาท ส่งได้ 925 ข้อความ แต่อายุการใช้งาน 1 ปี ที่นี่นอกจากจะให้บริการส่ง SMS ผ่านเว็บแล้ว ยังให้ท่านมีโอกาสทำธุรกิจส่งข้อความผ่านเว็บได้ใน 2 ช่องทาง คือ ระบบตัวแทนจำหน่าย(Reseller Partner) และระบบเป็นผู้แนะนำ(Affiliate Partner) ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับจำนวนลูกค้า และยอดขาย สูงสุดได้ถึง 20%ของยอดขายหากมีลูกค้า 20 ราย

นอกจากนี้ระบบ SMS ยังใช้เพิ่งช่องทางการสร้างรายได้ให้อีกด้วย เช่นถ้าท่านเป็นเจ้าของรายการวิทยุหรือโทรทัศน์ท่านสามารถสร้างกิจกรรมให้ผู้ชมหรือผู้ฟังส่ง SMS เข้ามาที่สถานีเพื่อโหวดหรือแสดงความคิดเห็น ท่านจะได้ส่วนแบ่งจากการส่ง SMS ประมาณ 25% ตัวอย่างถ้าเลือกบริการส่งข้อความละ 4 บาท เราจะได้ประมาณ 1 บาทเป็นต้น

ลองเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมที่ www.smsmkt.com

เว็บแห่งนี้ยังให้บริการเรียกเก็บเงินจากการส่งข้อความ(SMS Billing) สามารถเก็บค่าบริการหรือค่าสมาชิกได้จากเครือข่ายมือถือ ซึ่งเป็นวิธีการเก็บค่าเงินที่สะดวกรวดเร็วมากที่สุด วิธีหนึ่ง และกำลังเป็นที่นิยมของผู้ที่ให้บริการทางเว็บไซต์ เนื่องจากบางครั้งผู้ใช้บริการไม่ต้องการจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย

ระบบจะสร้างรหัสขึ้นมาชุดหนึ่งเมื่อลูกค้าพิมพ์รหัสชุดนี้ส่ง SMS มาตามเบอร์ที่กำหนด ทางเครือข่ายมือถือจะเป็นผู้เก็บเงินกับลูกค้า ก่อนที่จะส่งส่วนแบ่งมาให้เรา ด้วยหลักการเดียวกันเงินที่เก็บได้ เราจะได้ส่วนแบ่งเพียง 25% เท่านั้น เพราะต้องแบ่งให้เครือข่ายมือถือ 50% และเว็บ smsmkt.com อีก 25% สินค้าที่ไม่ได้ต้นทุนสูงเช่นค่าสมาชิกหรือบริการต่างๆ เลือกใช้การชำระเงินวิธีนี้ก็สะดวกกับลูกค้าไม่น้อย

จะเห็นว่าการส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือ นอกจากเป็นประโยชน์กับธุรกิจที่เราทำอยู่แล้ว ยังเป็นช่องทางการทำธุรกิจอื่นๆได้หลากหลาย ก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจมากมาย ทุกวันนี้ถึงเราไม่ได้ส่ง SMS ให้ใคร เราก็ได้รับ SMS กันวันละหลายข้อความอยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นหันมาใช้ประโยชน์จากมัน ไม่ดีกว่าหรือครับ.

..........................................................................................................

5 กรกฎาคม 2553

ธุรกิจออนไลน์ของคนเอื้อเฟื้อ

ช่วงนี้กระแสความนิยมของเฟสบุ๊คมาแรงมาก ผมเข้าเฟสบุ๊คทุกวันแล้วเจอเพื่อนใหม่ๆ รวมถึงคนดังๆ องค์กรธุรกิจต่างถ้าตอนนี้ยังไม่มีเฟสบุ๊คของตัวเองถึงว่าเชยเสียแล้ว บนเฟสบุ๊คเราเข้าไปอัพเดทข้อมูลใหม่ๆของตัวเราเอง เขียนข้อความ อัพโหลดรูปภาพ คลิบวีดีโอ แบ่งปันให้เพื่อนๆได้ชม แล้วแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นกันอย่างสนุกสนาน

ในบรรดาเว็บเครือข่ายสังคมออนไลน์ เฟสบุ๊คมี ลูกเล่น ให้ผู้ใช้บริการใช้มากที่สุด ทั้งเรื่องเกมต่างๆ และโปรแกรมที่สามารถแซตกันได้ที่เว็บ ดึงดูดผู้คนเสียอยู่หมัด รุ่นพี่คนหนึ่งของผมเล่าว่าภรรยาของเขาวันๆเอาแต่เล่นเฟสบุ๊ค เล่นอย่างเพลิดเพลินวันละหลายๆชั่งโมง ผลจากการที่ครองใจมวลชนได้จำนวนมาก โฆษณาของที่นี่จึงขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

คิดดูแล้วก็น่าแปลกใจ โครงสร้างของเฟสบุ๊คเกิดจากประชาชนทั่วไป ที่แบ่งปันข้อมูลข่าวสาร พวกเขากลับไม่ได้สิ่งใดตอบแทนกลับมาเลย นอกจากความสนุกสนานบันเทิง จะดีไหมถ้าข้อมูลต่างๆที่เรามีไม่ว่าเป็นภาพ เนื้อหาหรือคลิบ นอกจากเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้ประโยชน์แล้ว เราก็ยังได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าด้วย

เพราะความเอื้อเฟื้อของเราก็มีราคาเหมือนกัน

มีรายได้จากการเผยแพร่ข่าวสาร

เว็บเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง www.flixya.com มีลักษณะคล้ายเฟสบุ๊ค ท่านสามารถสมัครสมาชิกฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แล้วเริ่มอัพโหลดรูปภาพ คลิบวีดีโอ เขียนบล็อก ได้ตามต้องการ เหมือนเว็บสังคมออนไลน์ทั่วไป แต่จุดเด่นของเว็บแห่งนี้คือท่านจะได้รับส่วนแบ่งค่าโฆษณที่ปรากฏบนเว็บ โฆษณาที่ว่ามาจากกูเกิ้ลนั่นเอง

การสมัครนำเอาโฆษณาของกูเกิ้ลมาติดที่บล็อก หรือเว็บของตนเองเพื่อหารายได้เรียกว่าการทำกูเกิ้ลแอดเซ้นต์ (Google Adsense) ท่านสามารถสมัครใช้งานฟรีได้ที่ www.google.com/adsense แต่หลังจากสมัครและนำโฆษณามาติดแล้ว ปัญหาขั้นต่อไปก็คือ จะติดโฆษณาตรงไหนดีให้คนคลิกเยอะ และทำอย่างไรให้คนเข้ามาชมเว็บมากๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการคลิกโฆษณา ต้องประชาสัมพันธ์เว็บวุ่นวายอีกหลายขั้นตอน

เว็บ www.flixya.com เป็นช่องทางหนึ่งของการทำกูเกิ้ลแอดเซ้นต์ ผ่านบัญชีที่เราสมัครไว้ เมื่อสมัครทุกขั้นตอนครบถ้วน จะมีโฆษณาของกูเกิ้ลปรากฎบนหน้าเว็บที่เราอัพโหลดข้อมูลลงไปโดยอัตโนมัติ แล้วถ้ามีใครคลิกโฆษณานั้น เราก็จะได้ส่วนแบ่งค่าโฆษณาจากกูเกิ้ลด้วย การใช้บริการเว็บเครือข่ายสังคมออนไลน์ ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องจำนวนคนเข้าชม เพราะมีระบบแสดงความคิดเห็น การเพิ่มรายชื่อเพื่อนใหม่ๆ เข้าไปทักคนนั้น คอมเม้นต์คนนี้ ไม่นานก็เพื่อนตรึม

เมื่อเราเข้าไปอัพเดทข้อมูล เพื่อนๆก็จะพลอยรู้เรื่องด้วย เมื่อเขาเข้ามาอ่าน เข้ามาดู โอกาสที่จะที่จะคลิกโฆษณาก็มีมากขึ้น รายได้ท่านก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย รูปหรือคลิบวีดีโอที่ท่านอัพโหลดขึ้นไปไว้ที่ flixya.com ระบบจะสร้างลิงค์ที่เข้าถึงภาพหรือคลิบนั้นให้ ท่านสามารถนำไปโปรโมทต่อที่อื่น เช่นที่ ทวิตเตอร์ www.twitter.com เพื่อให้คนเข้ามาชมได้อีกช่องทางหนึ่ง

ที่เว็บทวิตเตอร์ เราสามารถใส่ข้อความไม่กี่ตัวอักษร หากต้องการให้ผู้อื่นชมรูปต้องเขียนลิงค์ของเว็บให้คนตามเข้าไปดูต่อ ผู้ให้บริการอัพโหลดรูปขึ้นทวิตเตอร์รายอื่น เช่น tweetphoto.com เขาให้ใช้บริการฟรี โดยทางเว็บมีรายได้จากค่าโฆษณา แต่เราก็จะไม่ได้ผลตอบแทนใดใด ถ้าเปลี่ยนมาอัพโหลดรูปที่ flixya.com ท่านจะมีโอกาสแบ่งค่าโฆษณาจากผู้เข้าชมรูปได้อีกด้วย

ฝากไฟล์ไว้ให้คนมาดาวน์โหลด

เว็บ www.ziddu.com เป็นพื้นที่ฝากไฟล์ฟรี 200MB หากท่านมีไฟล์เสียง รูปหรือคลิบวีดีโอนำมาเก็บไว้ที่นี่ วันหนึ่งหากต้องการส่งให้ใคร เพียงส่งลิงค์ไปให้เขาเข้ามาดาวน์โหลด เพื่อนได้ไฟล์ไปใช้ ส่วนท่านได้ตังค์ 0.001 เหรียญสหรัฐต่อการดาวน์โหลด 1 ครั้ง เมื่อครบ 10 เหรียญ ทางเว็บจะโอนเงินให้ท่านทางธนาคารออนไลน์ Paypal

ท่านจะได้รับโบนัส 0.05 เหรียญเมื่อมีผู้สมัครใหม่ใน Ziddu ผ่านลิงค์ที่คุณแนะนำและเริ่มการอัพโหลดไฟล์เป็นครั้งแรก หากท่านต้องการให้ผมเป็นพี่เลี้ยง สมัครผ่านผมได้ที่ http://tinyurl.com/2aybxu6 ถามว่าทางเว็บให้เราใช้บริการฟรี แถมมีรายได้ แล้วเขาจะได้เงินจากไหน คำตอบก็คือจากค่าโฆษณา

เว็บ Ziddu มีให้ใช้บริการหลายภาษา ทั้งอังกฤษ สเปน บราซิล อารบิก จีน ฯลฯหนึ่งในนั้นมีภาษาไทยด้วย ไฟล์เสียงและวีดีโอสามารถดูและฟังจากบนเว็บโดยไม่ต้องดาวน์โหลด(แต่ไม่ได้ตังค์) ท่านสามารถลบไฟล์ที่ไม่ได้ใช้งานได้ หากไม่ได้ใช้งานเกินกว่า 90 วัน ไฟล์จะถูกลบทิ้งโดยอัตโนมัติ

ลองคิดเล่นๆดูหากท่านเป็นนักเรียนต้องการให้เพื่อนลอกการบ้าน(ตัวอย่างไม่ดีเท่าไหร่) หากเป็นนักเขียนต้องการให้ผู้อื่นอ่านผลงานของตนเอง นักถ่ายรูปหรือทำหนังสมัครเล่น เมื่อท่านผลิตผลงานเสร็จแล้วต้องการเผยแพร่ให้ผู้อื่นใด้ชม ได้ใช้ทั่วโลก แทนที่จะไปใช้บริการเว็บแห่งอื่นที่ไม่ได้สิ่งใดกลับคืนมา ใช้บริการ 2 เว็บที่ผมแนะนำไป ท่านอาจได้ผลตอบแทนเป็นค่าเหนื่อย เป็นกำลังใจให้สร้างสรรค์ผลงานต่อไปได้

อาจมีผู้คัดค้านว่าเมื่อมีจิตกุศล เป็น ผู้ให้ แล้วไม่ควร คิดมาก หาผลประโยชน์จากมันอีก ต้องไม่ลืมความจริงว่าทุกคนก็ต้องกินต้องใช้ อีกอย่างผู้ที่รับความเอื้อเฟื้อจากเราก็ไม่ได้เสียหายอะไร ได้ประโยชน์อันทุกฝ่าย

เข้าทำนองว่า เมื่อทำดีแล้วก็ควรจะได้ผลดีเป็นสิ่งตอบแทนนั่นเอง.

........................................................................................

21 มิถุนายน 2553

ทำการตลาดผ่านเฟสบุ๊ค

เหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมาเราคงเห็นพลังของเฟสบุ๊ค facebook.com เครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่นการระดมพลคนเสื้อหลากสีไปชุมนุมยังจุดต่างๆ นับหมื่นนับแสนคน ช่วงนั้นบอร์ดการเมืองใน pantip.com ร้อนแรงจนกระทั่งรับไม่ไหว ต้องปิดดำเนินการ แต่เฟสบุ๊คไม่มีปัญหา เกิดกลุ่มก้อนทางการเมืองใหม่ๆ และมีคนสนใจเข้าร่วมจำนวนมาก

Facebook.com ก่อตั้งเมื่อปี 2547 โดย มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Elliot Zuckerberg)เชื้อสายยิว - อเมริกัน ขณะนั้นมีอายุ 20 ปี กำลังเรียนในมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ทำเฟสบุ๊คให้เพื่อนนักศึกษาโพสต์รูปและข้อมูลของตนเองได้มากเท่าที่ต้องการ เฟสบุ๊คได้รับความนิยมทล่มทลาย ขยายไปยังมหาวิทยาลัยอื่น และขยายไปทั่วโลกในที่สุด

เฟสบุ๊คกลายเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ที่สุด และมีผู้ใช้งานมากที่สุด ส่งผลให้ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก กลายเป็นมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สร้างตัวเร็วที่สุด( 6 ปี) เท่าที่นิตยสาร Forbes เคยสำรวจมา ความสำเร็จของเฟสบุ๊คหอมหวานกระทั่ง ยักษ์ใหญ่อย่าง yahoo หรือ google รุมกันเสนอซื้อกิจการ ด้วยมูลค่าสูงลิ่ว แต่เจ้าของก็ไม่ขาย

ปลายปี 2550 บิล เกตส์ยอมทุ่ม 280 ล้านดอลลาห์สหรัฐ(เกือบหมื่นล้านบาท!) เพื่อซื้อหุ้นได้ไม่ถึง 2 % ของเฟสบุ๊ค แต่นักวิเคราะห์กล่าวว่าคุ้มมากๆเมื่อเทียบกับการเข้าถึงฐานข้อมูลของลูกค้าต่างประเทศและคนหนุ่มสาวที่ไมโครซอฟยังเข้าไม่ถึง ขณะนั้นเฟสบุ๊คมีผู้ใช้บริการประมาณ 50 ล้านคนทั่วโลก

ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการเฟสบุ๊คประมาณ 400 ล้านคนทั่วโลก(ข้อมูลเมื่อเดือนเมษายน 2553) สำหรับในประเทศไทย ข้อมูลเมื่อเดือนมกราคมของปีนี้บอกว่ามีผู้ใช้บริการประมาณ 1.63 ล้านคน หรือคิดเป็น 12.17 % ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในไทย หรือเป็น 0.52% ของผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตทั่วโลก อัตราการเติบโตในไทยประมาณ 10.96% มีคนสมัครใช้บริการประมาณ 23,000 คนต่อวัน

เศรษฐีออนไลน์หลายฉบับก่อนหน้านี้เคยบอกว่า ถ้าเจ้าของธุรกิจ SMEs ท่านใดยังไม่มีเว็บไซต์เป็นของตนเอง ผมแนะนำให้เริ่มต้นที่เฟสบุ๊ค(ถึงมีเว็บของตนเองก็น่าจะมีเฟสบุ๊คด้วย เพื่อดึงคนเข้าเว็บไซต์) เพราะมันมีข้อดีหลายประการ

อย่างแรกคือสามารถหาเพื่อน(ว่าที่ลูกค้า)ได้มากเท่าที่ต้องการ เป็นร้อยเป็นพันก็ได้ เลือกแบบที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ที่ไม่มีค่าใช้จ่าย เมื่อมีข่าวสารความเคลื่อนไหวสามารถส่งให้ผู้อื่นรู้ได้อย่างรวดเร็ว ทราบความคิดเห็นหรือผลตอบรับได้ง่ายๆเหมือนทำวิจัยการตลาดไปในตัว และในบรรดาคนที่รับเป็นเพื่อนแล้วเมื่อเขาออนไลน์ก็จะเห็นสถานะสามารถแชตคุยกันได้ทันที

ตัวอย่างของเฟสบุ๊คองค์กรธุรกิจคือ

โออิชิ www.facebook.com/oishigroup

แลนด์แอนเฮ้าส์ www.facebook.com/landandhouses

ไอแอมวาเคชั่น www.facebook.com/iamvacation

เบียร์อาซาฮี www.facebook.com/iamvacation

เฟสบุ๊คองค์กรจะให้ความรู้สึกเป็นมิตร ใกล้ชิดแหมือน เพื่อน มากกว่าเว็บไซต์ทั่วไปที่ดูเป็นทางการ เพราะเป็นการสื่อสาร 2 ทางผู้เข้าชมสามารถแสดงความเห็นได้ ข้อควรระวังของการใช้เฟสบุ๊คองค์กร คืออย่าตั้งหน้าตั้งตาขายของเพียงอย่างเดียว ควรทำตัวเหมือนเพื่อนจริงๆ ร่วมกิจกรรมอื่นหรือคุยเรื่องอื่นกันบ้างก็ได้ ไม่มีใครอยากถูกขายของหรอกครับ แต่เมื่อไว้วางใจกันแล้วเมื่อต้องการซื้อของ ใครๆก็ต้องนึกถึงเพื่อนก่อนเป็นอันดับแรก

ในเฟสบุ๊คยังมีส่วนของ Marketplaceหรือกระดานซื้อขาย(อยู่ในแอพลิเคชั่น) ให้สมาชิกประกาศขายของฟรีอีกด้วย โดยแบ่งออกเป็นหลายหมวดหมู่คือ สิ่งของเครื่องใช้ ,บ้าน ,รถ ,งาน, บ้านเช่า,บริการ และอื่นๆ ข้อดีของการใช้บริการกระดานซื้อขายของที่นี่คือ เราจะได้มีโอกาสรู้จักผู้ขายจากรูปภาพ ข้อมูลส่วนตัว รวมไปจนถึงเพื่อนๆของเขา เรื่องที่เขาคุย เรื่องที่สนใจ ว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ

ขั้นตอนการลงทะเบียนใช้งานเฟสบุ๊คผู้ใช้ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว ได้แก่อายุ เพศ ที่อยู่ ความสนใจ สิ่งเหล่านี้จะเป็นฐานข้อมูลสำคัญของการทำโฆษณา ด้านขวามือของเฟสบุ๊คจะปรากฎโฆษณาหลายๆอย่าง ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อมูลบนเนื้อหาเฟสบุ๊คหน้านั้นๆ เช่นถ้าเพื่อนบนเฟสบุ๊คคุยกันเรื่องบ้าน ด้านขวามือก็จะเป็นโฆษณาเกี่ยวกับเรื่องบ้าน ถ้าคุยกันเรื่องอาหารก็จะมีโฆษณาอาหารหรือร้านอาหารปรากฎขึ้น เป็นต้น

โฆษณาด้านขวามือนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถลงโฆษณาได้ด้วยตนเอง เพียงมีบัตรเครดิตให้ตัดเงินในบัญชี ขั้นตอนการเขียนโฆษณาทำง่ายๆในเวลาไม่นาน เลือกอายุ เพศ จังหวัดหรือประเทศ ของกลุ่มเป้าหมายสินค้าและบริการของเราได้ ทางเฟสบุ๊คจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 1-2 วัน ถ้าผ่านมันก็จะแสดงผลอย่างแม่นยำตามที่เราตั้งค่าไว้บนเฟสบุ๊คต่อไป

โฆษณาแบบเสียเงินนี้มีให้เลือกทั้งแบบคลิกแล้วเสียเงิน(โชว์อย่างเดียวไม่เสีย) และแบบนับครั้งการแสดงผล เช่น แสดงผล 1,000 ครั้งเสีย 0.4 เหรียญดอนล่าห์สหรัฐ สามารถตั้งงบประมาณต่อวัน ทำให้สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ คล้ายๆกับลงโฆษณาที่กูเกิ้ลต่างกันที่โฆษณาของที่นี่ไม่น่าจะมีพวกโกงคลิก เพราะไม่ได้แบ่งค่าโฆษณาให้เจ้าของเว็บไซต์แบบที่เอาโฆษณาของกูเกิ้ลไปติด

หลักการง่ายๆคือถ้าโฆษณานั้นคู่แข่งไม่สูง ค่าคลิกไม่กี่บาท(3-7 บาทต่อคลิกก็ลงโฆษณาที่เฟสบุ๊คได้แล้ว) ก็ใช้โฆษณาแบบคลิกแล้วจ่ายดีกว่า ถ้าโฆษณานั้นค่าคลิกแพงก็ให้ใช้วิธีการคิดค่าโฆษณาแบบแสดงผล ลูกค้าจะคลิกกี่ครั้งก็ได้ เรามีค่าใช้จ่ายคงที่จากการแสดงผลโฆษณาทุกๆ1,000 ครั้ง

แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการทำวิจัยออกมาว่าการลงโฆษณาผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์มักไม่ได้ผล แต่ความเคลื่อนไหวในโลกอินเตอร์เน็ตเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเฟสบุ๊คที่สามารถเล่นผ่านมือถือรุ่นใหม่ได้หลายๆรุ่นแล้ว การประชาสัมพันธ์และการทำตลาดผ่านช่องทางนี้จึงน่าสนใจไม่น้อย น่าจะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของทุกท่าน

ขอให้ร่ำรวยอย่างรวดเร็วเหมือนมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก แล้วพบกันฉบับหน้าครับ.

...........................................................................................................