8 กรกฎาคม 2554

โพลล์ออนไลน์ และเว็บฟรีค่ายกูเกิ้ล

การเลือกตั้งที่ผ่านมาสิ่งหนึ่งที่ดำเนินการควบคู่กับการหาเสียงของพรรคการเมืองคือ ผลการสำรวจความคิดเห็นของสำนักต่างๆ ทั้ง เอแบคโพลล์ สวนดุสิตโพลล์ พบว่าผลการสำรวจเป็นไปตามที่โพลล์ทำนายไว้คือพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส. มากที่สุด

ประโยชน์ของการทำโพลล์ คือเป็นการเช็คกระแสความรู้สึก ความต้องการของสังคมว่าช่วงเวลานั้นกลุ่มเป้าหมายคิดหรือรู้สึกอย่างไร โพลล์ใช้ทำนายผลลัพท์ล่วงหน้า ผลที่ได้สามารถนำไปปรับใช้ในการดำเนินกลยุทธ์ต่างๆได้มากมายทั้ง เรื่องการเมือง สังคม และธุรกิจ

พบว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีการใช้กลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อการหาเสียงอย่างมากมาย และในทุกช่องทาง ทั้งสองพรรคการเมืองใหญ่ลงโฆษณาออนไลน์ทั้งกูเกิ้ล เฟสบุ๊ค มีการถ่ายทอดสดการปราศรัยทางอินเตอร์เน็ต นำภาพกิจกรรมหาเสียงในที่ต่างๆอัพโหลดขึ้นเว็บทุกวัน ดึงแฟนคลับเข้ามามีส่วนร่วมถล่มทลาย

ปัจจุบันประชากรบนโลกออนไลน์เป็นสิ่งที่ไม่มีใครมองข้ามอีกแล้ว เพราะนับวันมันยิ่งเติบโต หลายสิ่งที่เกิดขึ้นในไซเบอร์สเปซกลายเป็นกระแสนิยม เช่น เรื่องแพลงกิ้ง(ทำท่าคนตายนอนคว่ำตัวแข็ง)ที่คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์นำไปเล่นตอนหาเสียง ทำให้ ได้ใจแล้วคงได้คะแนนเสียงจากวัยรุ่นไปไม่น้อย

คุยกันเล่นๆว่ากลยุทธ์เหล่านี้หากใช้กับธุรกิจ มันคงสร้างยอดขายหรือเสียงตอบรับให้กับเจ้าของกิจการอย่างมากมายภายในระยะเวลาแค่เดือนเศษเท่านั้น

มาถึงเรื่องการใช้โพลล์ในเชิงธุรกิจ เมื่อต้องการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งใช้เงินลงทุนมหาศาล เพื่อป้องกันการผิดพลาด อาจเริ่มต้นที่การสำรวจความคิดเห็นก่อน เช่นเรื่องความพึงพอใจในรูปลักษณ์ สี กลิ่น รส สัมผัส หรือเรื่องราคาที่เหมาะสม เป็นต้น

ตัวอย่างเพื่อนของผมกำลังอยากจะทำร้านอาหาร ผมแนะนำว่าให้สำรวจข้อมูล ความต้องการของคนในย่านนั้นก่อน เริ่มง่ายๆเช่นสำรวจร้านอาหารคู่แข่งในย่านเดียวกัน คนแถวนั้นเป็นใคร ทำงานอะไร รายได้เท่าไร่ การศึกษาชั้นไหน รสนิยมเป็นอย่างไรเป็นต้น

ข้อมูลเหล่านี้หากทำอย่างง่ายๆได้แก่การออกไปสอบถามพูดคุยด้วยตนเอง หากต้องการข้อมูลลึกๆปริมาณมาก และรอบด้าน ก็คงต้องจ้างบริษัทที่ทำวิจัยการตลาด ซึ่งส่วนใหญ่จะเก็บข้อมูลจากผู้ให้สัมภาษณ์เป็นหลักพันคนขึ้นไป

ความแม่นยำของโพลล์หรือผลการสำรวจความคิดเห็น วัดได้จากผู้ที่ทำโพลล์ว่ามีปริมาณมากพอ และเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการหรือไม่ ถ้าคุณสมบัติผู้ตอบโพลล์ตรงกับกลุ่มเป้าหมายและมีปริมาณมากพอ ผลของโพลล์นั้นก็จะมีความแม่นยำสูง

สำหรับเจ้าของกิจการขนาดเล็กที่ยังไม่มีทุนทรัพย์มากพออาจทำโพลล์ออนไลน์ทางเฟสบุ๊คได้ โดยใช้แอพพลิเคชั่น poll โดยพิมพ์คำว่า poll ในช่องค้นหา แล้วกดปุ่มอนุญาตให้แอพนี้เข้าถึงข้อมูลส่วนตัว จากนั้นคุณก็สามารถทำโพลล์ขึ้นมาเองได้

สร้างคำถาม แล้วสร้างคำตอบ เป็นช้อยส์ให้เลือก จากนั้นก็เผยแพร่ในเฟสบุ๊ค ให้เพื่อนๆช่วยกันแสดงความคิดเห็น ท่านก็จะได้ข้อมูลชุดหนึ่งสำหรับการดำเนินธุรกิจต่อไป โพลล์ที่ทำที่นี่สามารถแสดงความคิดเห็นต่อท้ายได้ ทำให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดยิ่งขึ้น

ท่านอาจสร้างแรงจูงใจในการทำโพลล์ด้วยการให้รางวัล ถ้าของรางวัลมีเยอะก็ให้กับทุกคนที่ตอบโพลล์ แต่ถ้าของรางวัลน้อยมีมูลค่าสูงก็อาจจะเป็นการสุ่มให้รางวัลก็ได้

หากต้องการคำถามเชิงลึกหลายๆข้อ ท่านอาจสร้างแบบสอบถามที่ กูเกิ้ลด็อคhttps://docs.google.com แล้วเลือกสร้าง Form ระบุคำถามและคำตอบต่างๆ โดยทำได้หลายข้อ ก่อนที่จะส่งแบบฟอร์มนี้ไปให้เพื่อนๆตอบ

ช่วงนี้ทางกูเกิ้ลมีความเคลื่อนไหวต่างๆที่น่าสนใจ เช่น การที่จะเปิดตัว กูเกิ้ลพลัส https://plus.google.com เครือข่ายสังคมออนไลน์ออกมาแข่งกับ Facebook กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ โปรดรอด้วยความระทึก

ข่าวดีสำหรับ SMEs ไทยก็คือ กูเกิ้ล ร่วมกับ สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย, สสว, Webiz, Dotarai ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยนำธุรกิจของตนเองเข้าสู่โลกอินเตอร์เน็ต กับ www.goonline.in.th

โดยท่านสามารถสร้างเว็บไซต์ฟรีที่นี่ ใช้โดเมนฟรี 1 ปี(เว็บนามสกุล .in.th และ .co.th) โปรโมทธุรกิจใน Google Maps และมีเครดิตให้ลองโฆษณาในกูเกิ้ลฟรีมูลค่า 3,000 บาท พร้อมอบรมสอนการใช้งานให้ฟรีอีกต่างหาก มีศูนย์ประสานงานในจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ สนใจโทร 02 257 7299

เว็บที่สร้างขึ้นที่นี่ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน เรียนรู้และปรับแต่งได้ด้วยตนเอง ตัวอย่างเว็บ www.anyroom.in.th ร้านเฟอร์นิเจอร์มีดีไซน์ บนสยามดิสคัฟเวอรี่ ของคุณดวงฤทธิ์ บุญนาค สถาปนิกชื่อดัง

นับว่ากูเกิ้ลทุ่มทุนสร้างเป็นอย่างมาก เจ้าของกิจการทั้งหลายไม่ควรพลาด หลังจากเสียส่วนแบ่งการตลาดด้านโฆษณาออนไลน์ให้กับเฟสบุ๊ค นี่คงเป็นอีกความพยายามหนึ่งของกูเกิ้ลที่จะดึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆเข้ามาใช้บริการ เพื่อเป็นลูกค้าต่อไป

หวังว่าเรื่องโพลล์ออนไลน์ และเว็บไซต์ฟรีค่ายกูเกิ้ลที่แนะนำในครั้งนี้ คงเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจทำธุรกิจในโลกออนไลน์ทุกท่าน พบกันใหม่ฉบับหน้าครับ

E-book ช่องทางสร้างรายได้ ของนัก(อยาก)เขียน

ช่วงนี้ผมมีเหตุให้ต้องติดตามข่าวสารบ้านเมืองอย่างใกล้ชิด จึงต้องเปิดเว็บข่าวของสำนักต่างๆอ่านถี่ยิบทั้งเช้าค่ำ พบว่าข่าวจากเว็บสื่อสิ่งพิมพ์จะให้ข้อมูลอย่างย่อและจำกัด อ่านแล้วไม่จุใจจึงมีความคิดจะสมัครซื้อหนังสือพิมพ์ออนไลน์มาอ่าน เพราะแผงหนังสือแถวบ้านผมที่ต่างจังหวัดหาซื้อหนังสือแนวนี้ยากมาก

ตอนที่แล้วคอลัมน์นี้บอกว่ายอดขายอีบุ๊คของเว็บอเมซอนแซงหน้าหนังสือกระดาษจริงๆไปแล้ว แนวโน้มของธุรกิจหนังสือที่ไหนๆก็คงเป็นเช่นนี้ คนอ่านหนังสือจากอินเตอร์เน็ตมากขึ้น ทั้งจากจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์สื่อสารอื่น เพราะมันสะดวกง่ายดายไม่ต้องถือหนังสือหนักๆหลายๆเล่มไปไหนมาไหน

นิตยสารและหนังสือพิมพ์ดังๆกำลังปรับตัวเข้าสู่อีบุ๊ค ข้อดีของสำนักพิมพ์คือไม่ต้องลงทุนพิมพ์หนังสือออกมาเป็นเล่มๆ ไม่มีปัญหาเรื่องการกระจายสินค้าหรือการจัดจำหน่าย แต่สามารถขายให้กับลูกค้าที่ต้องการอ่านหนังสือดาวน์โหลดไปอ่านได้จากทุกที่ทั่วโลก

ขณะนี้มีนักเขียนออนไลน์แจ้งเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เคยได้ยินว่าวัยรุ่นญี่ปุ่นชอบอ่านนิยายที่ดาวน์โหลดจากอินเตอร์เน็ต ส่งผลให้นักเขียนออนไลน์ญี่ปุ่นล่ำซำกันทั่วหน้า ผลิตงานกันแทบไม่ทัน เพราะได้ค่าลิขสิทธิ์เป็นกอบเป็นกำจากการดาวน์โหลด

เรื่องแบบนี้มีคนมาปรึกษาผมหลายคน ทำนองว่าเขียนหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่งจะจัดพิมพ์ หรือเสนอสำนักพิมพ์ยังไง คำแนะนำของผมคือเสนอให้สำนักพิมพ์ที่พิมพ์หนังสือแนวเดียวกับที่เราเขียนพิจารณา แล้วรอคำตอบ ถ้าได้พิมพ์ก็รอรับตังค์ ถ้าไม่ได้พิมพ์ก็เสนอที่อื่นต่อไป

ถ้าหากมีทุนรอนพิมพ์หนังสือเองก็พิมพ์มันขึ้นมาเลยครับ หาคนมาจัดอาร์ตเวิร์ค ทำปกสวยๆ หาโรงพิมพ์ ทำออกมาเป็นเล่มแล้วจึงติดต่อบริษัทจัดจำหน่าย รายใหญ่ๆของบ้านเราก็ได้แก่ซีเอ็ด อัมรินทร์ หรือจะใช้บริการเครือมติชนก็มี บริษัทงานดี จำกัดนั่นเอง

การพิมพ์หนังสือ 1 เล่มท่านอาจจะใช้เงินหลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน เพราะต้นทุนค่ากระดาษมีราคาสูงมาก ถ้าพิมพ์จำนวนน้อยต้นทุนต่อเล่มก็จะสูง พิมพ์มากถึงต้นทุนต่อเล่มถูก แต่ก็ต้องใช้เงินลงทุนสูง เช่นพิมพ์ 1,000 เล่ม อาจจะเล่มละ 50 บาท ใช้เงินทั้งหมด 50,000 บาท แต่ถ้าพิมพ์ 3,000 เล่มถึงจะเล่มละ 30 บาท แต่ใช้เงิน 90,000 บาท

แต่ความจริงท่านสามารถลองตลาดผลงานเขียนของท่านด้วยการทำเป็น ebook ให้คนลองดาวน์โหลดไปอ่านดูก่อนได้ อาจจะทำสัก 1-2 บท ถ้าได้รับความนิยม จึงค่อยทำเป็น ebook ฉบับเต็มวางขายเสียเลย

ต้นทุนการทำ ebook แทบไม่ต้องใช้เงินเลย หรืออย่างมากก็หลักพันบาท มันจึงเป็นเหตุผลให้ ebook ถูกกว่าหนังสือที่เป็นกระดาษจริงๆ กว่าครึ่ง คนอ่านได้อ่านหนังสือราคาถูก ผู้ผลิตก็ไม่ต้องลงทุนเยอะวินๆกันทั้ง 2 ฝ่าย

ท่านสามารถสร้าง ebook ได้ที่ www.ilovelibrary.com มีโปรแกรมสำหรับสร้าง ebook ให้ใช้งานฟรี สำหรับ ebook ที่ให้ดาวน์โหลดอ่านฟรี แต่ถ้าจะทำอีบุ๊คขายก็จะต้องซื้อโปรแกรมอีกแบบหนึ่งค่าใช้จ่ายไม่มากอย่างที่ว่า ลองโทรไปปรึกษาเขาดูครับ ข้อดีของอีบุ๊คที่สร้างขึ้นที่นี่คือจะมีการพลิกหน้าอ่านได้ให้ความรู้สึกเหมือนหนังสือจริงๆ

ท่านสามารถสร้าง ebook ที่อ่านได้ด้วย iPad สมาร์ตโฟน หรือ อุปกรณ์สื่อสารอื่นได้ที่ www.ebooks.in.th มี ebook ทั้งแบบอ่านฟรี และเสียเงินซื้อ อีบุ๊คของที่นี่ไม่ต้องใช้โปรแกรมการสร้างที่ซับซ้อนเพราะเป็นไฟล์นามสกุล pdf ท่านสามารถเปลี่ยนไฟล์เป็นนามสกุล pdf ได้ที่ www.primopdf.com

เมื่อท่านสร้าง ebook ได้ชำนาญแล้ว ท่านอาจจะรับจ้างสร้าง ebook ได้ค่าแรงเป็นเล่มๆ หรือตั้งตนเป็นสำนักพิมพ์ที่ทำ ebook ขายเลยก็ได้ ถ้าท่านมีเว็บของตนเองอยู่แล้ว ท่านสามารถนำโค้ดจากเว็บ ebook ทั้ง 2 แห่งข้างต้น ไปติดที่เว็บไซต์เพื่อเชื่อมโยงมายังอีบุ๊คของท่าน

แต่ต้องยอมรับก่อนว่ากระแสอีบุ๊คสำหรับประเทศไทยยังไม่แรงนัก คนทั่วไปนิยมอ่านฟรี แต่ถ้าให้เสียเงินซื้ออาจจะลำบากสักหน่อย อาจจะต้องใช้เวลาอีกสักเล็กน้อย แต่ถ้า ebook ของท่านเป็นเรื่องเฉพาะที่หาอ่านทั่วไปไม่ได้ง่ายๆ และคนต้องการรู้ ก็น่าจะขายได้ดี

คนชอบเขียนหนังสืออาจจะมีรายได้อีกทางจากการเขียนบล็อกที่ www.blogger.com แล้วนำโฆษณาของกูเกิ้ลมาติด แล้วจะมีได้รายได้จากคนที่เข้ามาอ่านบล็อกแล้วคลิกโฆษณา โดยสมัครเอาโฆษณาของกูเกิ้ลมาติดได้ที่ http://google.com/adsense

ตัวอย่างของบล็อกแบบนี้คือ http://athichen.blogspot.com บล็อก เรื่องประกอบ รวบรวมบทกวีและนิทานของผู้ใช้นามปากกาว่า อาทิเช่น

อาชีพนักเขียนเป็นอาชีพที่เลี้ยงตัวเองได้ยากในประเทศไทยเพราะผลตอบแทนน้อย ถ้าผลงานไม่ได้ตีพิมพ์ก็ขาดรายได้ แต่โลกออนไลน์เปิดโอกาสให้กับนักเขียนได้แสดงฝีมือ เผยแพร่ผลงาน และมีโอกาสมีรายได้อีกทางหนึ่งได้อีกด้วย

แม้ว่าช่วงต้นอาจจะยังได้ไม่มากมายนัก แต่ก็ทำให้การเดินทางบนถนนนักเขียนไม่เดียวดาย และแร้นแค้นเกินไปนัก.

11 มิถุนายน 2554

โมบายเว็บ CamStudio และ ebook

ในที่สุดผมก็อดใจไม่ไหว ต้องไปถอยแท็บเล็ตออกมา 1 เครื่อง ซัมซุงกาแล็กซี่แท็ป เหตุที่ซื้อยี่ห้อนี้ เพราะมันทำงานได้สารพัดทั้งเล่นเน็ต ถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอ ขนาดเหมาะมือ พกสะดวก เหมือนเป็นทั้งคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือในเครื่องเดียวกัน โปรแกรมต่างๆก็ให้ใช้งานฟรี ไม่เหมือนไอแพดจะใช้งานอะไรก็ต้องซื้อตลอด

แต่หลังซื้อเพียง 2 สัปดาห์ราคาร่วงลงมาอีก 2 พันบาท เซ็งเลย

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของแท็ปเล็ตคือมันมีแบตเตอรี่ยาวนาน เมื่อไม่ใช้งานมันจะเข้าสู่ระบบเซฟโหมดเหมือนโทรศัพท์มือถือ ไม่ต้องคอยปิดเปิดเครื่องเหมือนโน้ตบุ๊ค แทปเล็ตและสมาร์ตโฟนทั้งหลายจึงทำให้การออนไลน์เป็นไปอย่างสะดวกง่ายดาย โพส์ตข้อความ ถ่ายรูปแล้วอัพโหลดขึ้นเฟสบุ๊ค ถ่ายวีดีโอแล้วอัพโหลดขึ้นยูทูป ไม่เกิน 10 นาทีเรียบร้อย

เมื่อได้ลองใช้แท็บเล็ตท่องเว็บพบว่าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คก็ยังดีกว่าวันยังค่ำ แท็ปเล็ตได้คะแนนเรื่องความรวดเร็วสะดวกสบายเท่านั้น โปรแกรมที่ใช้บนแท็บเล็ตก็เพียงแค่ทำงานได้อย่างหยาบๆ หากต้องการทำงานละเอียดก็ต้องไปทำที่เครื่องคอมพิวเตอร์ตัวใหญ่อยู่ดี

เรื่องของเทคโนโลยี บางคนก็ซื้อเพราะเป็นแฟชั่น เห็นคนอื่นมีก็อยากมีบ้าง ใช้งานจริงๆไม่เป็น หรือซื้อมาใช้งานเพียงไม่กี่อย่าง ไม่คุ้มกับความสามารถที่มันมี เช่น ซื้อไอโฟน แต่ใช้เพียงรับสาย กับโทรออก อย่างนี้ซื้อเครื่องโทรศัพท์มือถือเครื่องละ 1 พันบาทก็พอไม่ต้องถึง 2-3 หมื่น

สิ่งต่างๆมักสวนทางกันเช่นนี้คือเด็กๆเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว แต่ไม่มีกำลังซื้อ ขณะที่ผู้ใหญ่มีกำลังซื้อแต่มักใช้งานเทคโนโลยีเหล่านั้นไม่ค่อยเป็น ที่เนเธอร์แลนด์จึงมีบริการพิเศษให้เด็กๆรับจ็อบสอนการใช้งานโทรศัพท์มือถือให้กับผู้ใหญ่ ลองเข้าไปเยี่ยมชมกิจการได้ที่ www.bellendoejezo.com นับว่าเข้าท่าทีเดียว

ใครจะเอาไอเดียนี้มาทำธุรกิจของตัวเองที่เมืองไทยบ้างก็คงจะดีไม่น้อย

ก่อนหน้านี้ผมเคยคิดจะทำวีดีโอสอนเรื่องเกี่ยวกับการใช้งานอินเตอร์เน็ตเล็กๆน้อยๆ โดยใช้โปรแกรมที่จับภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ทำเป็นวีดีโอ พบว่าต้องใช้โปรแกรม Camtasia Studio เขาให้ใช้งานฟรีเพียง 30 วัน หลังจากนั้นก็ต้องซื้อเป็นเงินเกือบหมื่นบาท

หากคิดจะ ลักไก่ ด้วยการหาโปรแกรมที่ปลดล็อคมาใช้งาน หรือลงทะเบียนในชื่อใหม่ทุกๆ 30 วัน ก็รู้สึกว่าเป็นการเอาเปรียบเจ้าของโปรแกรมมากเกินไป จึงรีๆรอๆไม่ได้ดำเนินการอะไรสักอย่าง

ผมดีใจมากเมื่อวันหนึ่งเข้าเว็บ https://chrome.google.com/webstore แล้วพบโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพการทำงานเหมือนโปรแกรม Camtasia Studio มันชื่อโปรแกรม CamStudio ให้ใช้งานฟรี จึงลองดาวน์โหลดมาใช้ดู พบว่าไม่ผิดหวัง เพียงแต่ว่าขณะที่โปรแกรมทำงานเราต้องออนไลน์อยู่เท่านั้นเอง

โทรศัพท์มือถือหรือแท็ปเล็ตมีกล้องที่สามารถบันทึกวีดีโอต่างๆได้ แต่การจะบันทึกภาพที่อยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ จำเป็นต้องใช้โปรแกรมโดยเฉพาะ เพื่อความคมชัด และสวยงาม CamStudio เหมาะมากและใช้งานง่าย ถ้าท่านเป็นครูหรือติวเตอร์ท่านสามารถทำวีดีโออธิบายวิชาต่างๆ ใช้ลูกศิษย์ชมได้

ถ้าท่านเป็นเจ้าของธุรกิจท่านก็สามารถพรีเซ้นต์สินค้าและบริการของท่านด้วยวีดีโอนี้ รูปภาพต่างๆที่ท่านถ่ายมาแทนที่จะทำเป็นสไลด์เฉยๆ ท่านสามารถแทรกเสียงบรรยาย ใส่เพลงประกอบได้ด้วยโปรแกรมนี้ เมื่อทำวีดีโอเสร็จเสร็จแล้วต้องการเผยแพร่สู่สาธารณะ ก็อัพโหลดขึ้นเฟสบุ๊คหรือยูทูปให้คนทั่วไปชมได้อีกด้วย

นับวันผู้คนที่ออนไลน์ด้วยสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตมีมากยิ่งขึ้น เว็บที่เปิดด้วยอุปกรณ์เหล่านี้จะเป็นแบบย่อส่วน ไม่เต็มรูปแบบเหมือนเว็บที่เปิดด้วยคอมพิวแตอร์ทั่วไป เว็บเหล่านี้เรียกว่า Mobile Website ท่านสามารถสร้างได้ที่ http://moably.com หรือ http://winksite.com

ท่านที่สร้าง Mobile Website แล้วสามารถนำโฆษณาของกูเกิ้ลไปติดที่เว็บของท่านเพื่อสร้างรายได้ได้อีกด้วย เพราะเมื่อเร็วๆนี้กูเกิ้ลได้เพิ่ม Google Adsense สำหรับเนื้อหาบนมือถือขึ้นมาอีกรายการหนึ่ง คงได้รับความนิยมอย่างสูงในไม่ช้า

แนวโน้มเรื่องออการออนไลน์ด้วยโทรศัพท์มือถือทำให้ผู้พัฒนาโปรแกรมขานรับไปตามกระแส เช่น กูเกิ้ลมือถือ www.google.com/intl/th_ALL/mobile มีโปรแกรมต่างๆที่สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายบนโทรศัพท์มือถือ ทั้ง iPhone, BlackBerry,Nogia S60,Android และอื่นๆ

ตั้งข้อสังเกตว่าโปรแกรมต่างๆที่มาจากกูเกิ้ลมักให้ใช้บริการฟรี เช่น มือถือหรือแท็ปเล็ตตระกูลแอนดรอยด์ ผิดกับอุปกรณ์ที่มาจากแอ๊ปเปิ้ลอย่าง iPhone หรือ iPad จะใช้งานโปรแกรมอะไรสักอย่างหนึ่งก็ต้องเสียเงินซื้อ

แต่ปัจจุบันการควักเงินซื้อโปรแกรมบางอย่างมาใช้งานก็ไม่เป็นเรื่อง ยาก หรือ แปลกอีกต่อไปแล้ว ข้อดีของมันคือทำให้ผู้พัฒนาโปรแกรมหรือแอฟพิเคชั่นมีแรงจูงใจในการทำงาน เราจะได้มีโปรแกรมเจ๋งๆไว้ใช้

ที่เห็นคนไทยทำอย่างเป็นล่ำเป็นสันก็คือการทำนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ในรูปแบบ ebook อ่านได้บนไอแพด และอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ เสียค่าบริการถูกกว่าซื้อหนังสือกระดาษจริงเช่น โพสต์ทูเดย์ http://www.posttoday.com/e-paper.php, กรุงเทพธุรกิจ http://www.bangkokbiznews.com/home/services/i-news

ตบท้ายด้วยข่าว 2 ที่อ่านพบเมื่อเร็วๆนี้ คือ นิตยสารเพลย์บอย นิตยสารผู้ชายคลาสิกของโลกปรับตัวเข้าสู่ ebook แล้วสามารถอ่านได้บน iPad เป็นสมาชิกเริ่มต้นที่เดือนละ 8 เหรียญดอลล่าห์สหรัฐเท่านั้น ที่ http://i.playboy.com สิ่งนี้ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับข่าวที่ 2 ที่ว่ายอดขาย ebook แซงหน้าหนังสือที่เป็นกระดาษจริงแล้ว

เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบนเว็บค้าขายระดับโลกอย่าง www.amazon.com

21 พฤษภาคม 2554

อินเตอร์เน็ตทีวี มาแล้ว มาแรง

เมื่อเร็วๆนี้ เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางเรื่องของ เรยา ในละครดอกส้มสีทอง ว่าสมควรจะถูกเซ็นเซอร์หรือไม่ เพราะกลัวว่าเยาวชนจะเอาเป็นเยี่ยงอย่าง สำหรับความเห็นของผม ผมว่าหลายเรื่องในทีวี อาทิ การปล่อยให้ผู้ใหญ่นิสัยไม่ดีบางคนออกมาพูดโกหก ตลบตะแลง ให้ร้ายคนอื่น อย่างไร้ยางอาย น่าเซ็นเซอร์มากกว่า แต่ไม่ยักทำ

มันเป็นไปตามหลักอุปสงค์อุปทาน มีผู้ชมจึงมีการผลิตรายการอย่างที่ว่า ละครบางเรื่องฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า น้ำเน่าเหลือเกิน แต่ก็มีคนดู ผมเชื่อว่าเยาวชนสมัยนี้ฉลาด มีวิจารณญาณ รู้จักเลือกครับ ผมเองตอนนี้ก็เลิกดูทีวีไปนานแล้ว เพราะขี้เกียจดูหนังโฆษณา กว่าจะได้ดูละครหรือรายการสักตอนหนึ่ง ชมโฆษณาจนลืมไปว่าตอนที่ผ่านมาไปถึงไหนแล้ว

ตอนนี้ละครทีวีหรือรายการโทรทัศน์หลายๆรายการมีการทำเป็นคลิปขึ้นเว็บ ให้เรารับชมย้อนหลังได้ทางอินเตอร์เน็ต ข้อดีของการรับชมทางอินเตอร์เน็ตคือเราสามารถเลือกดูเฉพาะสิ่งที่เราสนใจเท่านั้น ลองติดตามที่ ช่อง 3 www.thaitv3.com, ช่อง 5 www.tv5.co.th, ช่อง 7 www.ch7.com, ช่อง 9 www.mcot.net

การที่ผู้ชมสามารถกำหนดสิ่งที่ตัวเองต้องการจะดูได้ทางอินเตอร์เน็ตทีวี ทำให้เขาตั้งใจดูกว่าทางทีวีทั่วไป ซึ่งมักเปิดเครื่องทิ้งไว้แล้วทำธุระอย่างอื่นไปพร้อมๆกัน ดูบ้างไม่ดูบ้าง สิ่งนี้กลายเป็นจุดขายโฆษณาสำคัญของสื่อทางอินเตอร์เน็ต เว็บอินเตอร์เน็ตทีวีหลายรายการขายโฆษณาได้แล้ว บ้างก็เป็นโฆษณาภาพแปะบนเว็บ บ้างก็เป็นคลิปโฆษณาก่อนเข้าสู่รายการ

เราอาจเคยเห็นละครซิตคอมหลายเรื่องโฆษณาสินค้าแฝงในละคร เป็นอุปกรณ์ตกแต่งฉาก อยู่ในประโยคสนทนาของตัวเอกและอื่นๆอีกสารพัด ลองดู www.sausagemansion.com ละครซอสเสจแมนชั่น เป็นซิตคอมที่รับชมได้ทางอินเตอร์เน็ต ทำขึ้นเพื่อโฆษณาไส้กรอกของซีพี พระเอกเป็นชื่อไส้กรอก นางเอกชื่อทัพพี สนุกดีทีเดียวเชียว

เดี๋ยวนี้แม้แต่เว็บของสื่อสิ่งพิมพ์เกือบทุกแห่งก็จะมีคลิบข่าวให้คนรับชม เพราะต้องยอมรับว่าการดูภาพเคลื่อนไหวน่าสนใจกว่าการมีแต่ตัวหนังสือและภาพนิ่ง ตัวอย่างเช่น เว็บของมติชน www.matichon.co.th และหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ www.bangkokbiznews.com ต่อไปเมื่อนักข่าวเมื่อไปสัมภาษณ์แหล่งข่าว เขาคงต้องบันทึกคลิปการสัมภาษณ์ไปลงที่เว็บด้วย

ตัวอย่างของคนทำนิตยสารที่ขยับมาทำอินเตอร์เน็ตทีวี คือวงค์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ ผู้ก่อตั้งนิตยสาร aday ตอนนี้เขาทำรายการทีวีทางอินเตอร์เน็ตชื่อ aHere ทาง www.ihere.tv เป็นรายการสัมภาษณ์คนที่เขาอยากจะคุยด้วยตามสไตล์ของเขา แขกรับเชิญรายการที่ผ่านมาได้แก่ เนวิน ชิดชอบ ตูน บอดี้สแลม และตัน ไม่ตัน(โออิชิ)

www.ihere.tv ปัจจุบันมีผู้เข้าชม 18 ล้านคนแล้ว รายการยอดนิยมได้แก่ เจาะข่าวตื้น โดย จอห์น วิญญู สโลแกนของรายการคือ ดูถูกสติปัญญา เนื้อหารายการจะเสียดสีสังคม ประชดการเมือง ด้วยลีลากวนๆ ขำๆ ยียวน สนุกสนาน มีคนติดตามมากมาย ได้ข่าวว่ารายการนี้โด่งดังจนกำลังจะได้ไปฉายในรายการทีวีจริงๆแล้ว

อินเตอร์เน็ตทีวีเป็นเวทีให้เด็กรุ่นใหม่ ไฟแรงหลายคนได้แสดงออก อาทิ น้องปลื้ม (ลูกชายคุณชวน หลีกภัย)ทำรายการ “VRZO” รายการที่จะถามคำถามกับเพศตรงข้ามแทนคุณ 100 คน กับคำถามที่หลายคนอยากรู้แต่ไม่กล้าถาม อาทิ คิดอย่างไรกับชุดนักศึกษาฟิตเปรี๊ยะ หากจับได้ว่าแฟนมีกิ๊กจะ ตัดหรือไม่ตัด ชมตัวอย่างรายการที่ http://youtu.be/he7vDrDSloQ

www.fukduk.tv เป็นทีวีทางอินเตอร์เน็ตรุ่นบุกเบิกของเมืองไทย มีหลายรายการ อาทิ รายการ มหาเนิร์ด เกี่ยวกับ IT และเทคโนโลยี รายการบางกอกกลิ้ง ท่องเที่ยวกรุงเทพ กำไข่ ใส่ข่าว ประเด็นสังคม ชิวหาพาชิม เรื่องอาหารการกิน เป็นรายการทีวีทางเลือกโดยคนรุ่นใหม่ ลองเข้าไปรับชมได้ครับ

แท็บเล็ตและสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ๆที่ออกมาทำให้การออนไลน์เป็นเรื่องง่ายขึ้น อัพโหลดภาพ โพสต์ข้อความ หรือบันทึกคลิปวีดีโด แล้วเอาขึ้นเว็บ ใช้เวลาแป๊บเดียวเท่านั้น ตัวอย่างอินเตอร์เน็ตทีวีที่กล่าวมาข้างต้นมีกระบวนการผลิตที่ทันสมัย มีการตัดต่อ ใส่เพลงประกอบ มีเอฟเฟค น่าตื่นตาตื่นใจ คนธรรมดาทั่วๆไปทำไม่ได้ง่ายๆ แต่ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้

รายการครัวกากๆ www.gaggag.tv โดย เชฟหมี ชายอ้วนใส่เสื้อกล้าม สวมแว่นสีชามาแสดงวิธีการทำอาหารโดยใช้ของเหลือๆจากตู้เย็น ถ่ายทำโดยกล้องธรรมดา หรืออาจจะเป็นโทรศัพท์มือถือด้วยซ้ำ ใครๆก็ทำได้ สำคัญที่เนื้อหามากกว่า พิธีกรพูดไปสบถไป แต่คลิปนี้มีผู้เข้าชมนับล้านคนแล้ว

เชฟหมี เป็นอาจารย์สอนวิชาปรัชญา ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร คิดทำรายการนี้ขึ้นมาเพราะวันหนึ่งไปค้างบ้านเพื่อนแล้วตื่นขึ้นมาหิว แต่ไม่อยากลงไปซื้อของกินข้างล่าง จึงหาของที่เหลือๆจากตู้เย็นมาทำเป็นอาหาร จากนั้นก็ถ่ายทอดให้คนอื่นชมทาง Youtube.com ได้ไปออกรายการของคุณแหม่มสุริวิภาที่ช่อง 9 และอื่นๆอีกหลายรายการ โด่งดังเป็นที่เรียบร้อย

เล่ามาทั้งหมดนี้เพื่อที่จะบอกว่า ปัจจุบันทีวีทางอินเตอร์เน็ตกำลังมีบทบาทและเป็นที่นิยมมากขึ้นทุกที เป็นสื่อที่เข้าถึงง่ายทั้งผู้ชมและผู้ผลิตรายการ เร็วๆนี้กูเกิ้ลก็จะออกกูเกิ้ลทีวี ทีวีที่เล่นเน็ตได้ออกมา วงการนี้คงคึกคักมากยิ่งขึ้น คุณสามารถชมการทำงานของกูเกิ้ลทีวีได้ที่ http://www.google.com/tv

เรื่องที่คุณสนใจ เรื่องที่คุณเชี่ยวชาญ เรื่องรอบๆตัวคุณ แปรรูปมันเป็นคลิปวีดีโอง่ายๆ ด้วยเครื่องมือที่คุณมี แล้วอัฟโหลดขึ้นเว็บแบ่งปันให้คนอื่นได้ชม ถ้าสิ่งนั้น เจ๋ง จริง จะมีคนเข้ามาดูจำนวนมากแล้วเกิดการบอกต่อ และวันหนึ่งมันจะมีมูลค่าขึ้นมา

ผมเชื่อว่าอินเตอร์เน็ตทีวีจะสร้างฮีโร่หน้าใหม่ๆอีกมากมายขึ้นมาในวงการสื่อสารมวลชน หนึ่งในนั้นผมอยากให้มีแฟนคอลัมน์ของเศรษฐีออนไลน์บ้างเท่านั้นเอง.

6 พฤษภาคม 2554

เว็บ “ท้องถิ่น(นิยม)”

เมื่อกลางปีที่แล้วผมตัดสินใจมาใช้ชีวิตอยู่ต่างจังหวัดด้วยเหตุผลว่ามัน น่าอยู่ กว่ากรุงเทพในหลายๆเรื่อง ที่สำคัญคือเรื่องคุณภาพชีวิต ทั้งสุขภาพจิตและสุขภาพกาย กรุงเทพมีแต่ตึกและรถ แย่งกันอยู่ แย่งกันกิน แย่งกันใช้ อากาศที่หายใจมีแต่มลพิษ แทบทุกบ้านต้องมีเครื่องปรับอากาศ ชีวิตที่เร่งรีบจนแทบไม่มีเวลาทำอาหาร ต้องกินข้าวนอกบ้านทุกมื้อ

ผมเคยเดินทางจากลาดพร้าวไปสีลมระยะทางไม่ถึง 20 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางร่วม 2 ชั่วโมง รถขยับทีละนิดๆ น่าอึดอัดมาก บ้านผมที่ต่างจังหวัดอยู่อำเภอหนองกี่ ห่างจากจังหวัดนครราชสีมา และบุรีรัมย์ ประมาณ 80 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น อยู่ต่างจังหวัดเวลาเป็นของเราเต็มๆ

หลายคนที่อยู่กรุงเทพคงมีเหตุผลสำคัญคือเรื่องเศรษฐกิจ อยู่ในเมืองมีงานให้เลือกทำมากมาย ค่าแรงดีกว่าต่างจังหวัด แต่ต้องไม่ลืมว่าอยู่เมืองกรุงค่าใช้จ่ายย่อมสูงตามไปด้วย เบ็ดเสร็จแล้วอาจจะติดลบเลยก็ได้ ทว่าการจะย้ายกลับไปอยู่ต่างจังหวัดก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี วันนี้ผมจึงอยากชวนท่านมาหาคำตอบ

ผู้ประกอบการท้องถิ่น

ถ้าไม่นับเรื่องอาชีพที่ขัดต่อศีลธรรมจำพวกหวยหุ้นที่ออกรางวัลกันทุกวันซึ่งเฟื่องฟูมากที่ต่างจังหวัดแล้ว ผมยังพบว่ามีอาชีพที่คนที่นี่ทำและมีรายได้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน โดยไม่ต้องเป็นลูกจ้างและไม่ต้องง้อของานใครทำ

เรียนจบปริญญาตรีมาหากไปทำงานประจำเงินเดือนอาจจะประมาณ 1 หมื่นบาท หลายคนเลือกกลับต่างจังหวัดมาประกอบอาชีพของตนเอง ช่วงยางพาราราคาดีพบว่ามีบัณฑิตปริญญาตรีรับจ้างกรีดยางอยู่ทั่วไป แบ่งรายได้ 40:60 กับเจ้าของสวนยาง มีรายได้เดือนละหลายหมื่น เป็นอาชีพที่ไม่ต้องมีทุนรอนมากมาย

วันก่อนไปกินข้าวต้มโต้รุ่งที่อำเภอใกล้ๆนี้ น้องผู้หญิงคนหนึ่งเดินไปมาอยู่ในร้านถามได้ความว่าเป็นเจ้าของร้าน จบปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เธอมีลูกน้องช่วยงานนับสิบคน ลูกค้าเต็มร้าน ตอนนั้นโต๊ะหนึ่งเรียกเช็คบิลเป็นเงิน 4 พันกว่าบาท(มีเหล้าด้วย) คืนหนึ่งร้านนี้น่าจะขายได้หลายหมื่น รายได้ขนาดนี้คงทำให้เธอหายเหนื่อยได้เช่นกัน

เดินเข้าไปในตลาดประจำอำเภอพบแม่ค้าขายของชำหน้าใส ถามได้ความว่าเรียนจบปริญญาตรีการตลาดจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ตอนจบใหม่ๆมีธนาคารแห่งหนึ่งเสนองานให้ แต่เธอปฏิเสธเพราะต้องการกลับมาดูแลแม่และช่วยกิจการที่บ้าน นับว่าไม่ผิดหวังเพราะตอนนี้เธออายุยังไม่ถึง 30 ปี แต่มีรายได้เท่ากับผู้จัดการธนาคาร โดยไม่ต้องไปแก่งแย่งชิงตำแหน่งกับใคร

ที่ใดมีคนที่นั่นมีกำลังซื้อ ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคของต่างจังหวัดนับว่าโตมากๆ ร้านขายของชำในอำเภอที่ผมอยู่เพิ่งเปิดร้านมาประมาณ 6 เดือน ยอดขายวันละ 50,000 บาท เจ้าของร้านเล่าว่า ร้านมินิมาร์ทในตลาดขายดีกว่านี้อีก ยอดขายวันหนึ่งเป็นแสน ทั้งที่มี 4 ร้านทั้ง 4 มุมของตลาด แข่งกันขายของถูก

ร้านเซเว่นหรือเฟรนส์ไชน์มินิมาร์ทไหนๆถ้าคิดจะมาตีตลาดที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

ผู้ประกอบการท้องถิ่นออนไลน์

เมื่อมีผู้ประกอบการที่มีความรู้ มีการศึกษามากขึ้น หลายสิ่งหลายอย่างก็ตามมา อาทิ การประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการ ผมเคยใช้บริการลงโฆษณากับวิทยุท้องถิ่นของที่นี่ พบว่ามีค่าใช้จ่ายถูกจริงๆ เดือนละ 1,000 บาทเท่านั้น ออกอากาศทุกวันช่วงเช้า

คนที่ฟังรายการวิทยุก็ยังมี เพราะสามารถฟังไปด้วยทำงานไปด้วยได้ การดูรายการโทรทัศน์อาจจะได้ข่าวสารสาระที่ไกลตัวออกไปเพราะผู้ผลิตรายการทำให้คนดูทั้งประเทศ แต่รายการวิทยุพูดเรื่องใกล้ตัว จับต้องได้มากกว่า

ด้านอินเตอร์เน็ตเดี๋ยวนี้มีใช้กันแทบทุกบ้านเหมือนโทรศัพท์ เด็กมัธยมแทบทุกคนมีเฟสบุ๊คเป็นของตนเอง ผมเคยลงโฆษณาที่เฟสบุ๊คโดยจำกัดกลุ่มเป้าหมายเป็นคนในจังหวัดนครราชสีมาและบุรีรัมย์ พบว่ามีการแสดงผลหลักหมื่นและมีคนคลิกเข้ามาอ่านวันละหลายสิบคนเลยทีเดียว

ไอเดียหนึ่งที่ผมอยากทำและอาจจะเริ่มทำในไม่ช้านี้ ทุกท่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ คือการทำเว็บไซต์ท้องถิ่น อาจจะเป็นเว็บอำเภอหรือตำบลที่ท่านอาศัยอยู่ ปัจจุบันหน่วยราชการก็มีการทำอยู่บ้างแล้ว แต่ผมพบว่ายังเป็นเว็บที่ไม่น่าสนใจเท่าไหร่

ข้อมูลในเว็บน่าจะเป็นการรวบรวมสถานประกอบการต่างๆ ประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่จะเกิดขึ้น แหล่งขายที่ดิน บ้านเช่า ขายรถ โอท็อป และสินค้าต่างๆ รวมถึงเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของคนในชุมชน ช่วงต้นประชาสัมพันธ์ให้ฟรี เมื่อเว็บเป็นที่นิยมแล้วจึงค่อยเก็บค่าโฆษณา

เครื่องมือที่ใช้สร้างเว็บที่ว่านี้ท่านอาจจะใช้บริการของฟรีต่างๆที่เคยแนะนำไปแล้วได้แก่ เว็บไซต์ฟรี http://sites.google.com , แผนที่ฟรีที่ http://maps.google.co.th , ปฏิทินฟรีที่ http://www.google.com/calendar

ท่านอาจจะเปิดบัญชีเฟสบุ๊คที่เป็นชื่อท้องถิ่นของท่านด้วย เพื่อดึงคนเข้าเว็บไซต์ และใช้อัพเดทเหตุการณ์ต่างๆอย่างรวดเร็ว ท่านอาจจะบันทึกคลิปวีดีโอเล่าเรื่องของท้องถิ่นท่าน ทำเป็นรายการทีวีออนไลน์ติดที่เว็บ โดยอับโหลดคลิปของท่านได้ที่ www.youtube.com

การเติบโตของเว็บท้องถิ่น

เว็บไซต์ท้องถิ่นของท่าน นอกจากขายพื้นที่โฆษณาแล้ว ท่านยังสามารถแตกไลน์ธุรกิจออกไปได้อีกหลายอย่าง เสมือนท่านมีสื่อชนิดหนึ่งอยู่ในมือ ท่านอาจรับจ้างทำเว็บให้สถานประกอบการต่างๆ หากลงข้อมูลในเว็บฟรีก็มีข้อมูลจำกัด หากต้องการรายละเอียดมากขึ้นก็มีค่าใช้จ่ายตามที่ตกลงกัน

ปัจจุบันแนวโน้มของธุรกิจเน้นกลุ่มเป้าหมายที่ แคบ แต่ ลึก ขึ้น สินค้าและบริการที่ออกแบบมาอย่างเฉพาะเจาะจงลงตัวกับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เว็บท้องถิ่นจะตอบสนองกับธุรกิจที่มีลูกค้าอยู่ในท้องถิ่นนั้น เมื่อเว็บลักษณะนี้มีมากยิ่งขึ้นและเชื่อมโยงกัน เราก็จะได้ข้อมูลธุรกิจท้องถิ่นที่เล่าเรื่องโดยคนท้องที่

ใครจะรู้จัก บ้าน ของเขา เท่าเจ้าของบ้านเอง .

3 พฤษภาคม 2554

โปรโมทธุรกิจด้วยคลิปวีดีโอ

รุ่นน้องของผมคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า หลานของเขากำลังเรียนมัธยมปลาย และตอนนี้กำลังเรียนพิเศษกับติวเตอร์ทางอินเตอร์เน็ต ต้องการเรียนวิชาไหนก็ลงทะเบียน แล้วไปโอนเงิน จากนั้นก็เรียนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ปรากฏว่าเข้าใจง่ายและค่าเรียนราคาถูกกว่าไปเรียนที่สถาบันกวดวิชาเสียอีก

เมื่อลองเข้าไปสำรวจที่เว็บวีดีโอคลิปยอดนิยมอย่าง Youtube.com ก็พบว่ามีคลิปวีดีโอของติวเตอร์หลายสำนักเผยแพร่กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน บ้างก็แค่มาแนะนำตัว บ้างก็ทดลองสอนให้เห็นกันจะๆ ก่อนที่จะแนะนำให้ไปติดตามต่อที่เว็บไซต์ของตนเอง

Youtube เป็นเว็บวีดีโอยักษ์ใหญ่ค่ายกูเกิ้ล แต่ละวันมีผู้เข้ามาดูคลิปและอัฟโหลดคลิปให้คนอื่นดูเป็นจำนวนมาก หลังจากชมคลิปเสร็จจะมีเมนูแบ่งปันหรือเผยแพร่ต่อให้เพื่อนๆ ทั้งทาง email ,Facebook, twitter ทั้งยังมีโค้ดให้นำคลิปไปติดที่เว็บของตนเองได้

บรรดาสินค้าต่างๆโดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี อาทิโทรศัพท์มือถือ โน้ตบุ๊ค หรือแท็ปเล็ตรุ่นใหม่ๆ มักจะมีคลิปแนะนำสินค้าของตนเอง ว่ามันทำอะไรได้บ้าง นอกจากเผยแพร่ในเว็บของตนเองแล้วก็ยังไปเผยแพร่ต่อในยูทูป

หนังหลายๆเรื่องก่อนเข้าโรงภาพยนตร์ก็มาโปรโมทหนังตัวอย่างที่ Youtube โฆษณาหลายๆชิ้นก็เผยแพร่ทั้งทางโทรทัศน์และที่เว็บแห่งนี้ นักการตลาดทุกคนนิยมชมชอบเว็บยูทูปเพราะมันเป็นช่องทางเผยแพร่โฆษณาของตนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถรับชมได้ 24 ชั่วโมง จากทุกมุมโลก

เราคงเคยได้ยินเรื่องผู้หญิงอ้วนขี้เหร่ แต่เสียงดี ร้องเพลงเพราะ โด่งดังเพราะการบอกต่อๆกันในยูทูป วงดนตรีบางวงก็โด่งดังบนยูทูปก่อนที่ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่จะเห็นแววแล้วทาบทามเป็นนักดนตรีในสังกัด เว็บแห่งนี้กลายเป็นสื่อที่เปิดกว้าง ให้โอกาสทุกคนในการแสดงออก มากมายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เพียงเครื่องมือง่ายๆอย่างโทรศัพท์มือถือทำให้ทุกคนก็สามารถถ่ายคลิปวีดีโอได้ เมื่อได้คลิปวีดีโอแล้วท่านก็นำมาลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ จากนั้นก็อัพโหลดขึ้นเว็บยูทูป แต่โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆเดี๋ยวนี้สามารถถ่ายคลิปวีดีโอแล้วอัพโหลดขึ้นเว็บได้ทันที นับว่าสะดวกมาก

การลงทะเบียนใช้งานเว็บยูทูปก็ง่ายๆเหมือนลงทะเบียนใช้งาน email ถ้าท่านมีบัญชีกับ Gmail อยู่แล้วก็สามารถใช้ชื่อและรหัสผู้ใช้งานนั้นได้เลย ขั้นตอนหนึ่งของการอัพโหลดวีดีโอท่านจะต้องใส่คำที่เกี่ยวข้องกับคลิปของท่าน เพื่อที่เวลาคนใช้คำเหล่านี้ค้นหาจะพบคลิปวีดีโอของท่านนั่นเอง

แน่นอนว่าบนเว็บยูทูปย่อมมีคลิปวีดีโอซ้ำกันหลายคลิป แต่คลิปไหนมีคนนิยมเข้าไปดูเยอะกว่า ขึ้นอยู่กับความนิยมของคำที่ใช้ค้นหาหรือ แท็ก นั่นเอง ที่ยูทูปท่านยังสามารถตัดแต่งคลิปอย่างง่ายๆ ใส่เสียงดนตรี หรือแอฟเฟ็คได้ตามใจปรารถนา

ในช่องค้นหาที่หน้าเว็บยูทูปท่านลอง พิมพ์สิ่งที่ท่านสนใจลงไป ไม่นานก็จะมีคลิปวีดีโอที่เกี่ยวข้องออกมาให้เลือกชม เช่นเรื่องทำอาหารมีให้ชมถึงพันกว่าคลิป แต่งหน้ามี 2 พันกว่าคลิป สอนกีต้าร์มี 3 ร้อยกว่าคลิบ โดยคลิปยอดนิมยมจะมีคนเข้าชมนับแสนนับล้านรายเลยทีเดียว

วีดีโอบนยูทูปสามารถตั้งค่าให้เป็นส่วนบุคคล ดูได้เฉพาะคนที่เจ้าของคลิปอนุญาตเท่านั้น หากท่านเชี่ยวชาญเรื่องใดเป็นพิเศษ ท่านสามารถทำเป็นคลิปวีดีโอสอนในเรื่องนั้นๆแล้วส่งให้ผู้ต้องการเรียนโดยเก็บค่าเล่าเรียนเหมือนติวเตอร์ต่างๆก็ย่อมได้

เมื่อปลายปีก่อนผมเคยมีโอกาสเป็นวิทยากรที่หนองคาย เจ้าของรีสอร์ทที่นั่นถามผมว่าจะโปรโมทกิจการของเขายังไง ผมแนะนำว่าทำไมไม่ถ่ายคลิปวีดีโอแนะนำห้องพักมุมต่างๆ บรรยากาศทั้งภายนอกและภายใน จากนั้นก็นำไปโปรโมทในเว็บยูทูป

คนที่มาเที่ยวหรือต้องการเข้าพักจะได้เห็นภาพเคลื่อนไหวของรีสอร์ทหลายๆมุมมอง ไม่แห้งแล้วเหมือนดูจากโบชัวร์หรือแคตตาล็อก และถ้าหากทำคลิปแนะนำรีสอร์ทเป็นภาษาอังกฤษก็จะได้ลูกค้าจากชาวต่างประเทศได้อีกด้วย

กิจการหนึ่งที่ผมอยากทำแต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำคือทำเว็บขายหรือให้เช่าอาคาร ที่พักอาศัย โดยทำเป็นคลิปวีดีโอ ทำให้ผู้ที่สนใจไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมาดูสถานที่จริงเอง การทำเป็นคลิปวีดีโอให้มุมมองสินค้าแบบ 3 มิติ ทั้งภาพและเสียง ลูกค้าจะัวอย่างเช่นเว็บ ป เพื่อให้ข้อมูลของเขาน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่นเว็บ ได้รายละเอียดข้อมูลในการตัดสินใจมากยิ่งขึ้น

จะเห็นว่าแม้แต่สื่อสิ่งพิมพ์เดี๋ยวนี้เขารู้ข้อจำกัดของตนเองว่าผู้อ่านรับรู้ข่าวสารได้เพียง 2 มิติ เมื่อต้องทำเว็บ จะเห็นเขาเพิ่มคลิปวีดีโอเข้าไป เพื่อให้ข้อมูลของเขาน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่นเว็บ นสพ.กรุงเทพธุรกิจ www.bangkokbiznews.com หรือเว็บมติชน www.matichon.co.th เป็นต้น

นอกจากที่เว็บยูทูปแล้วยังมีเว็บวีดีโออื่นอีกหลายเว็บที่ท่านสามารถเข้าไปเยี่ยมชมหรือใช้บริการอัพโหลดคลิปวีดีโอได้ ดังต่อไปนี้ www.clipmass.com , http://video.sanook.com , http://video.mthai.com , http://play.kapook.com/vdo

การทำคลิปวีดีโอแนะนำธุรกิจหรือสินค้าแล้วโปรโมทบนเว็บ สามารถทำได้ง่ายๆและเริ่มได้ทันทีโดยแทบไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ผลลัพท์ของมันนั้นจะทำให้ท่านทึ่ง ไม่แพ้การเสียเงินลงโฆษณาในสื่ออื่นๆเลยก็แล้วกัน

........................................................................................

21 มีนาคม 2554

มี “แฟน” บน Facebook ช่วยธุรกิจของท่านได้

ถึงเวลานี้เวลาพบใครต่อใครเราคงไม่ถามคำถามเชยๆที่ว่า คุณมี Facebook หรือเปล่า เพราะกระแสนิยมของเว็บแห่งนี้ก็คล้ายเบอร์โทรศัพท์มือถือ บางคนมีมากกว่าหนึ่งบัญชีด้วยซ้ำ จะให้ดีควรถามว่าคุณมี เพื่อน ใน Facebook เท่าไหร่แล้วมากกว่า

ต้องยอมรับว่า Facebook ทำให้โลกของเรา แคบ ยิ่งขึ้น เพราะเมื่อเรามีบัญชีกับ Facebook โปรแกรมมันจะแสดงผลให้เราพบเพื่อนมากมาย อาจจะเป็นเพื่อนสมัยเรียนประถม มัธยม และมหาวิทยาลัย เพื่อนที่ทำงาน เพื่อนจังหวัดเดียวกัน เพื่อนของเพื่อน ฯลฯ

เพื่อนที่ไม่ได้ติดต่อกันนานหลายปี ที่อยู่ เบอร์โทรหายไปหมดแล้ว แต่ก็ได้มาพบกันที่ Facebook คนไม่รู้จักแต่มีรสนิยมคล้ายๆกันก็คุยกัน ทักกันได้ กล่าวได้ว่า Facebook ทำให้เรามีเพื่อนมากขึ้น เผลอเดี๋ยวเดียวก็มีรายชื่อเพื่อนในบัญชีเป็นร้อยๆรายแล้ว

เพื่อนมีเยอะแล้ว มี แฟน ดีกว่า นั่นไม่ใช่ส่วนหนึ่งของเพลงอุดม แต้พานิช แต่เป็นสิ่งที่ผมคิดได้ก่อนเขียนคอลัมน์ครั้งนี้ เพราะแฟนที่ว่าหมายถึง แฟนเพจ ซึ่งก็คือบัญชีของ Facebook ในอีกลักษณะหนึ่ง

แฟนเพจของ Facebook มีลักษณะคล้ายๆเว็บแฟนคลับ มันเหมือนบัญชีบุคคลทั่วไปของ Facebook แต่ไม่ต้องมีการส่งคำขอเป็นเพื่อน แล้วรอการตอบรับ เพียงกดปุ่ม ถูกใจ ท่านก็มาสามารถมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นกับเครือข่ายสังคมนั้นได้ทันที

โดยทั่วไปแล้วคนเรามักมีหลายบทบาท ทั้งตำแหน่งในงานประจำ ครอบครัว ธุรกิจส่วนตัว งานสาธารณะกุศล Facebook ตอบสนองความต้องการนี้ด้วยการที่ให้คนๆหนึ่งนอกจากมีบัญชีส่วนบุคคลแล้ว ยังสามารถมีแฟนเพจได้อีกหลายบัญชี

เมื่อเราเขียนสิ่งใดลงในกระดานข้อความ มันจะปรากฏสู่สายตาเพื่อนในบัญชีของเราทั้งหมด เพื่อนๆได้รู้ความเป็นไปของกันและกันในเวลาอันรวดเร็ว สิ่งนี้เป็นเสน่ห์ทำให้ Facebook ได้รับความนิยมอย่างสูง

สำหรับใครที่ทำธุรกิจส่วนตัวและที่มีบัญชีบุคคลกับ Facebook อยู่แล้ว ท่านสามารถเพิ่มหน้าแฟนเพจสำหรับหาเพื่อนและว่าที่ลูกค้าขึ้นมาอีกบัญชีได้ เพราะเพื่อนทั่วๆไป เราก็คงอยากคุยเรื่องทั่วไป ไม่อยากนำเรื่องธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง

สมัครใช้งานฟรีที่ www.facebook.com/pages/create.php

ท่านสามารถสร้างแฟนเพจได้มากกว่า 1 บัญชี และบัญชีต่างๆที่จะสร้างขึ้นก็แบ่งออกเป็น 6 ประเภทตามวัตถุประสงค์การใช้งาน คือ ธุรกิจท้องถิ่น, บริษัทหรือองค์กร,ตรายี่ห้อหรือผลิตภัณฑ์, ศิลปินหรือบุคคลสาธารณะ, บันเทิง, และชุมชน ลองเข้าไปศึกษาดูนะครับ

Facebook เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก และให้ใช้งานฟรี นักธุรกิจใช้แฟนเพจสะสมลูกค้าและว่าที่ลูกค้า นักร้องนักแสดงใช้สะสมแฟนคลับ นักการเมืองใช้สะสมมวลชนเพื่อคะแนนเสียง ดังตัวอย่างต่อไปนี้

www.facebook.com/bodyslamband แฟนเพจของนักร้องบอดี้สแลม มี 4.5 แสนคน

www.facebook.com/Beckham เดวิด เบคแฮม มี 8.6 ล้านคน

www.facebook.com/Abhisit.M.Vejjajiva นายกอภิสิทธิ์ มี 5.8 แสนคน

www.facebook.com/markzuckerberg มาร์ค เจ้าของเฟสบุ๊คมี 3.6 ล้านคน

Facebook ที่อยู่ในรูปองค์กรธุรกิจยังใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารแบบ 2 ทางกับลูกค้าได้ ใช้ประชาสัมพันธ์สินค้า ประกาศโปรโมชั่น หรือเชิญชวนคนให้ร่วมกิจกรรมต่างๆ การทำตลาดผ่าน Facebook จะมีเครื่องมือหลายอย่างทำให้เกิดการรับรู้ต่อๆกันไปไม่สิ้นสุด

เช่นมีปุ่ม แบ่งปัน ให้หัวข้อบนแฟนเพจนั้นขึ้นมาอยู่ที่ Facebook ของเราให้เพื่อนเห็น เมื่อเราแสดงความคิดเห็นในหน้าใด เพื่อนของเราก็จะเห็นด้วย เมื่อเพื่อนมาแสดงความเห็นต่อ เพื่อนของเพื่อนก็จะได้เห็นอีก

ข่าวสารข้อมูลจะแพร่กระจายไปจากจอ(คอมพิวเตอร์หรือมือถือ)หนึ่งไปยังเครื่องอื่นๆ จากเพื่อนสู่เพื่อน ปากต่อปาก เหมือนโรคติดต่อที่แพร่เชื้อไปในอากาศ(Viral Marketing) ลุกลามไปอย่างรวดเร็ว

ตัวอย่าง แฟนเพจ บนเฟสบุ๊คที่ประสบความสำเร็จต่อไปนี้มีผู้มากดปุ่มถูกใจนับแสนราย

www.facebook.com/gthchannel แฟนเพจค่ายหนัง GTH จะคอยเปลี่ยนรูปประจำตัวเป็นหนังที่กำลังอยู่ในโรงภาพยนตร์เรื่องล่าสุด มีเมนูวีดีโอของเบื้องหลังการถ่ายทำ นักแสดงนำตอบปัญหาทางบ้าน มีอีเว้นต์ของสินค้าที่สนับสนุนรายการ มีคนกดปุ่มถูกใจ 3.4 แสนรายแล้ว

www.facebook.com/adaymagazine นิตยสารวัยรุ่นค่ายนี้ใช้สื่อออนไลน์ทำการตลาดเข้าได้ถึงกลุ่มเป้าหมาย เพราะธรรมชาติของนิตยสารจะอยู่ได้ด้วยโฆษณา ต้นทุนหนังสือแพงกว่าราคาขาย ยิ่งขายมากยิ่งขาดทุน แต่เมื่อมาอยู่บนเว็บตอนนี้มีคนกดปุ่มถูกใจแล้ว 1.5 แสนราย

www.facebook.com/StarbucksThailand กาแฟสัญชาติยุโรปที่มีสาขาทั่วโลก มีคนไทยหลงใหลในกลิ่นกาแฟอินเตอร์นี้ 1.1 แสนราย เฟสบุ๊คของสตาร์บั๊คประเทศไทยมีเว็บบอร์ดให้คนมาแสดงความคิดเห็น วิจารณ์ และถามคำถาม

จากตัวอย่างสมมุติค่ายหนัง GTH ทำการตลาดจนคนที่เป็นแฟนคลับแค่ 1 ใน 3 อยากไปดูหนังเรื่องล่าสุด 100,000 คน ไปดูหนังตั๋ว 100 บาท หนังเรื่องนี้ทำรายได้แล้ว 10 ล้านบาท แต่ในความเป็นจริงหนังยังมีการทำประชาสัมพันธ์ทางช่องทางอื่นอีก ล้วนแล้วแต่มีค่าใช้จ่ายสูงทั้งสิ้น

แฟนเพจของเฟสบุ๊คข้างต้นคงเป็นไอเดียให้ท่านสร้างแฟนเพจของคนเองขึ้นมาได้ นอกจากใช้เผยแพร่ข่าวสารแล้ว แฟนเพจยังใช้เป็นเครื่องมือพาคนเข้าเว็บไซต์ที่ท่านมีอยู่แล้วได้ด้วย ช่วยประหยัดค่าโฆษณาไปได้อีกมาก

อย่างนี้แล้วคงจะเห็นว่า แฟน(เพจ) บน Facebook ช่างน่าคบหาไม่แพ้เพื่อนคนอื่นๆเลยใช่ไหม.